ศุกร์. ส.ค. 29th, 2025

ข่าวชัด Khaochad.co.th

ข่าวสารฉับไว ชัดตรงประเด็น สื่อความมั่นคงของชาติ

สะเทือนรัฐสภา! “สุวรรณ บัวโรย” นำประชาชน ร้อง กรรมาธิการกฎหมายฯ 2 คดีใหญ่ นักลงทุนถูกฟ้องเงินกู้นอกระบบ -ชาวคอนโดโดนข่มขู่ ไล่ออก

1 min read

สะเทือนรัฐสภา! “สุวรรณ บัวโรย” นำประชาชน ร้อง กรรมาธิการกฎหมายฯ 2 คดีใหญ่ นักลงทุนถูกฟ้องเงินกู้นอกระบบ -ชาวคอนโดโดนข่มขู่ ไล่ออก

กรุงเทพมหานคร – 28 สิงหาคม 2568 ประชาชนเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนที่รัฐสภาในสองกรณีสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาการถูกละเมิดสิทธิ์และความไม่เป็นธรรมในสังคมไทย โดยมีนายสุวรรณ บัวโรย ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ส.ส.จรัส คุ้มไข่น้ำ เป็นผู้นำพาประชาชนเข้ายื่นเรื่อง


กรณีที่ 1: จากผู้ร่วมลงทุนสู่จำเลยคดีเงินกู้นอกระบบ

นายปิยะพงษ์ เจือจ้อย พร้อมครอบครัว 4 คน เข้ายื่นเรื่องต่อกรรมาธิการ หลังถูกฟ้องคดีอาญาในข้อหาปล่อยเงินกู้นอกระบบ ทั้งที่แท้จริงเป็นผู้ร่วมลงทุนในธุรกิจขนส่งสินค้า

ตามคำร้อง นายปิยะพงษ์ถูกชักชวนให้ลงทุนโดยสัญญาผลตอบแทนสูงกว่า 10% ต่อเดือน โดยใช้เงินชดเชยจากการเสียชีวิตของบุตรสาว และเงินจากการเข้าไฟแนนซ์รถยนต์และจักรยานยนต์ รวมกว่า 400,000–500,000 บาท มาลงทุน

ตลอดระยะเวลาการลงทุน นายปิยะพงษ์แบกรับค่าใช้จ่ายหลัก เช่น ค่าน้ำมัน ค่าซ่อม และค่าแรงคนขับ แต่ผลตอบแทนกลับไม่แน่นอน ต่อมาคู่สัญญาได้เสนอทำ “สัญญากู้ยืมเงิน” ระบุชื่อเขาเป็นผู้ให้กู้ ซึ่งในความจริงเป็นเพียงเอกสารยืนยันการลงทุน

เมื่อธุรกิจขาดทุน คู่สัญญาใช้เอกสารดังกล่าวแจ้งความต่อหน่วยงานรัฐ ส่งผลให้ศาลจังหวัดปราจีนบุรีมีคำสั่งฟ้องคดี นายปิยะพงษ์จึงกลายเป็นจำเลยในคดีอาญา

ครอบครัวนายปิยะพงษ์ขอให้กรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริง และส่งผู้แทนสังเกตการณ์ในศาลจังหวัดปราจีนบุรีวันที่ 22 กันยายน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปกป้องสิทธิ์ในกระบวนการยุติธรรม

“ผมสูญเสียลูกสาว ต้องนำเงินประกันชีวิตและรถไปเข้าไฟแนนซ์ หวังสร้างความมั่นคงให้ครอบครัว แต่กลับถูกหลอกจนหมดตัว และถูกฟ้องเป็นจำเลย ทั้งที่แท้จริงผมเป็นผู้เสียหาย การที่ประชาชนถูกทำให้กลายเป็นจำเลยโดยไม่เป็นธรรม เป็นสิ่งที่รัฐต้องเข้ามาคุ้มครองและแก้ไขอย่างจริงจัง” – นายปิยะพงษ์ เจือจ้อย กล่าว


กรณีที่ 2: ชาวคอนโดลาดพร้าวถูกข่มขู่-ไล่ออกโดยมิชอบ

ผู้พักอาศัยคอนโดมิเนียมย่านลาดพร้าวกว่า 40 ครอบครัว ยื่นเรื่องต่อกรรมาธิการ หลังถูกบุคคลภายนอกอ้างหมายบังคับคดี ข่มขู่ให้ย้ายออก หากไม่ปฏิบัติตาม อาจถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หรือถูกตัดน้ำ-ตัดไฟ

กรณีนี้เกิดจากคำพิพากษาของศาลแพ่งในคดีฟอกเงิน ซึ่งมีคำสั่งให้ทรัพย์สินบางส่วนในอาคารชุดตกเป็นของแผ่นดิน แต่ผู้ข่มขู่มิใช่เจ้าหน้าที่รัฐ แสดงตนว่าเป็นผู้ถือสิทธิ์และใช้เอกสารดังกล่าวคุกคามผู้พักอาศัย โดยมีหลักฐานทั้งข้อความในกลุ่มไลน์และประกาศในพื้นที่

ก่อนหน้านี้ ผู้พักอาศัยได้ดำเนินการหลายขั้นตอน ได้แก่

  1. ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลแพ่ง – แต่ศาลยกคำร้อง
  2. ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงาน ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมบังคับคดี และกรมธนารักษ์ – เพื่อขอสัญญาเช่าถูกต้องตามกฎหมาย
  3. ยื่นคำร้องครั้งที่ 2 ต่อศาล พร้อมหลักฐานการข่มขู่

ผู้พักอาศัยขอให้กรรมาธิการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาและคุ้มครองสิทธิ์ประชาชน รวมถึงเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถเช่าทรัพย์สินจากรัฐได้อย่างถูกกฎหมาย


นายสุวรรณ บัวโรย ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ส.ส.จรัส คุ้มไข่น้ำ กล่าวถึงความสำคัญของการปกป้องประชาชนว่า

“ทุกปัญหาที่ประชาชนร้องเรียน เป็นหน้าที่ของเราในการสู้เพื่อความเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นกรณีการเงินที่ผู้เสียหายถูกทำให้กลายเป็นจำเลย หรือกรณีการอยู่อาศัยที่ถูกข่มขู่และขับไล่อย่างมิชอบ สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนคือสิ่งที่รัฐต้องเข้ามาคุ้มครองและแก้ไขอย่างจริงจัง การสร้างความมั่นคงและคุ้มครองสิทธิ์ประชาชนคือภารกิจสำคัญที่คณะกรรมาธิการต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เราต้องทำให้ประชาชนมั่นใจว่า กฎหมายและรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นเพียงตัวอักษร แต่เป็นเครื่องมือปกป้องความเป็นธรรมในสังคมจริง ๆ”

Loading…

ใส่ความเห็น

You may have missed

Copyright © All rights reserved. | Newsphere by AF themes.