อดีตมือปราบร้องดำเนินคดีผู้ว่าฯ มุกดาหาร ปมถูกกล่าวหาละเว้นหน้าที่ เข้าข่าย ม.157
1 min read
มุกดาหาร – ร้อยตำรวจตรีสุเทียน ทองโสม อดีตข้าราชการตำรวจ และประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร ได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กรณีถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร อันอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157


การดำเนินการดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ร้อยตำรวจตรีสุเทียน ในฐานะประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการถึงผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ขอให้ตรวจสอบและสั่งการในกรณีการร้องเรียนเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรายหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งถูกกล่าวอ้างว่ามีพฤติการณ์อาจฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ในหนังสือร้องเรียนดังกล่าว ผู้ร้องได้กำหนดกรอบเวลาอย่างชัดเจน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พิจารณาดำเนินการและแจ้งผลการสั่งการ ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสและความจริงใจในการแก้ไขปัญหาที่ประชาชนร้องเรียน
อย่างไรก็ตาม ภายหลังพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ปรากฏว่า ผู้ร้องยังไม่ได้รับเอกสารตอบรับ หนังสือแจ้งผลการดำเนินการ หรือการติดต่อประสานงานใด ๆ จากทางผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร แต่อย่างใด
ร้อยตำรวจตรีสุเทียน ระบุว่า การขาดการตอบสนองภายในระยะเวลาที่กำหนด ทำให้เห็นว่า การดำเนินการของฝ่ายบริหารจังหวัดอาจเข้าข่ายการเพิกเฉยต่อหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการ และอาจเปิดช่องให้เกิดความเสียหายต่อพยานหลักฐานในคดีที่มีการร้องเรียน
ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ผู้ร้องจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ในข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมได้เข้ามาตรวจสอบการใช้อำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหารจังหวัดอย่างเป็นทางการ




ทั้งนี้ การร้องทุกข์ดังกล่าว เป็นไปตามสิทธิของประชาชนในการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ และยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมาย
การเคลื่อนไหวของอดีตมือปราบรายนี้ ยังคงได้รับความสนใจจากภาคประชาชนและเครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางคำถามสำคัญว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งชี้แจงและดำเนินการอย่างโปร่งใส หรือจะปล่อยให้กระบวนการตรวจสอบเดินหน้าผ่านกลไกของกฎหมายต่อไป
