“เสรีพิศุทธ์” แฉพรรคใหญ่ ลักไก่ไพรมารีโหวต ส่งชื่อผู้สมัคร สส. ส่อผิดกฎหมายถึงขั้นยุบพรรค
1 min read
มุกดาหาร – วันที่ 7 มกราคม 2569 เวลา 09.30 น.
ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขต 1 จังหวัดมุกดาหาร หมายเลข 7 พรรคเสรีรวมไทย พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดมุกดาหาร เดินทางเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดมุกดาหาร เพื่อขอให้ตรวจสอบกระบวนการสรรหาผู้สมัคร สส. ของพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง หลังพบพฤติการณ์ที่อาจไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

ร้อยตำรวจตรีสุเทียน เปิดเผยว่า การยื่นเรื่องร้องเรียนในครั้งนี้ สืบเนื่องจากข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดประชุมสมาชิกพรรคเพื่อคัดเลือกผู้สมัคร หรือไพรมารีโหวต ของพรรคการเมืองดังกล่าว ในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 1 และเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 โดยพบว่า การประชุมดังกล่าวอาจไม่มีตัวแทนพรรคที่มีอำนาจตามข้อบังคับเข้าร่วม และไม่มีมติรับรองผู้สมัครอย่างถูกต้องครบถ้วนตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
แม้กระบวนการสรรหาผู้สมัครจะยังมีข้อสงสัยในความชอบด้วยกฎหมาย แต่ปรากฏว่าพรรคการเมืองใหญ่ดังกล่าวยังคงออกหนังสือรับรองผู้สมัคร เพื่อนำไปยื่นใบสมัครต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 และเขตเลือกตั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ณ หอประชุม 250 ปี จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
ต่อมา พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้ออกมาแสดงจุดยืนต่อกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า หากการตรวจสอบของ กกต. พบว่ามีการกระทำความผิดจริง ถือเป็นการบิดเบือนกระบวนการคัดเลือกผู้สมัคร และเป็นการ “ลักไก่” ที่ส่งผลกระทบต่อความสุจริตและเที่ยงธรรมของการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรง และอาจมีบทลงโทษถึงขั้นยุบพรรค

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ย้ำว่า ระบบไพรมารีโหวตถูกกำหนดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง หากพรรคการเมืองใดจงใจหลีกเลี่ยงขั้นตอน หรือดำเนินการโดยมิชอบ ย่อมเป็นการทำลายหลักการประชาธิปไตย พร้อมเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
ทั้งนี้ ร้อยตำรวจตรีสุเทียน ได้ฝากถึงพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชน ให้ร่วมกันติดตามการทำงานของ กกต. อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างแท้จริง