CIB ทลายเว็บแลกเงินเถื่อน “PANDAPAYS” เงินสะพัดพันล้านใน 7 เดือน พบโยงคริปโต–ธุรกิจผิดกฎหมาย
1 min readตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) Take Down PANDAPAYS เว็บไซต์ Exchange เถื่อน รับแลกเงินหยวนออนไลน์ 7 เดือนเงินสะพัดกว่า 1,000 ล้าน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.5 บก.ปอศ., พ.ต.ท.พิทยา คงเจริญ, พ.ต.ท.เชาวน์วุฒิ เลียบมา รอง ผกก.5 บก.ปอศ.

ดำเนินคดีผู้ต้องหา รวม 4 ราย ดังนี้

พร้อมตรวจยึดของกลาง
เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา จำนวน 1 เครื่อง
โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง
เครื่องคอมพิวเตอร์ (PC) จำนวน 1 เครื่อง
สถานที่ตรวจค้น
1.ทาวน์เฮ้าส์สองชั้น ซอยสาธุประดิษฐ์ 15 แยก 2 ถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงยานนาวา เขตช่องนนทรี กรุงเทพมหานคร
2.บ้านพัก ซอยพิบูลสงคราม 22 แยก 4 ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี พฤติการณ์ สืบเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการเงินไร้พรมแดนมีการพัฒนาเพื่อยกระดับบริการทางการเงินให้รวดเร็วและเข้าถึงได้ง่าย การโอนเงินระหว่างประเทศสามารถทำธุรกรรมได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น ในขณะเดียวกันยังอาจถูกมิจฉาชีพนำไปใช้เป็นช่องทางในการยักย้ายถ่ายโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิด ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) มีนโยบายตัดวงจรอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแบบครบวงจร ทำลายระบบนิเวศของมิจฉาชีพตั้งแต่ต้นจนจบ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดย กก.5 บก.ปอศ. ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบปราบปรามความผิดเกี่ยวกับการเงินการธนาคาร ได้ตรวจสอบพบว่ามีการประกาศโฆษณาเปิดรับแลกเงินหยวนและเงินตราต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งการประกอบธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจที่ต้องได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย

จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. พบผู้ให้บริการแลกเงินหยวนออนไลน์ ชื่อ PANDAPAYS (แพนด้าเปย์) มีการโฆษณาชักชวนให้บริการผ่านสื่อสังคมออนไลน์ทั้งในเว็บไซต์ https://pandapays.co/ และเพจเฟซบุ๊ก PANDAPAYS โดยมีการให้บริการรับซื้อแลกเปลี่ยนเงินสกุลหยวนกับเงินบาทไทย, บริการเติมเงินหยวนผ่านช่องทาง Alipay, Wechat และรับฝากสั่งหรือฝากจ่ายสินค้าในแพลตฟอร์ม Taobao, Alibaba หรือ Tmall เป็นต้น โดยลูกค้าจะต้องสมัครสมาชิก และทำการยืนยันตัวตน (KYC) ในเว็บไซต์ https://pandapays.co/ จึงจะสามารถเลือกใช้บริการของ PANDAPAYS ข้างต้นได้ ซึ่งในการให้บริการรับแลกเงินหยวนและฝากสั่งหรือฝากจ่ายสินค้า จะคิดกำไรจากค่าบริการและส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนปกติ ประมาณ 0.10-0.15 บาท ต่อ 1 หยวน โดยจะให้ลูกค้าโอนเงินบาทไทยเข้าบัญชีธนาคารของนายก้าวหน้าฯ จากนั้นจะเติมเงินหยวนกลับเข้าบัญชี Alipay ที่ลูกค้าแจ้ง ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีผู้ให้บริการชื่อ PANDAPAYS เคยได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจรับแลกเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทยแต่อย่างใด


จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบบัญชีธนาคาร ที่ใช้ในการทำธุรกรรมรับแลกและรับจ่ายเงินหยวน จำนวน 6 บัญชี มีเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท ภายในห้วงระยะเวลาเพียง 7 เดือน โดยมีการรับและโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของบุคคลและนิติบุคคล จำนวนมาก อีกทั้งยังมีการโอนเงินต่อไปยัง ศูนย์ซื้อขายที่ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่าเว็บไซต์ PANDAPAYS มีการดำเนินกิจการภายในทาวน์เฮ้าส์สองชั้น ย่านถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงยานนาวา เขตช่องนนทรี กรุงเทพมหานคร และอีกจุดที่บ้านพักย่านตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องขอหมายค้นต่อศาล เพื่อเข้าตรวจค้น โดยได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งตรวจยึดพยานหลักฐานและพยานวัตถุ รวม 3 รายการ พบผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 4 ราย ได้แก่ นางสาวสุภรฯ และนายอลิสฯ เป็นหุ้นส่วนร่วมกัน ทำหน้าที่บริหารกิจการในภาพรวม กำหนดเรท ราคาเงินหยวนในแต่ละวัน ควบคุมสั่งการในการทำธุรกรรมต่างๆ, นายก้าวหน้าฯ ทำหน้าที่เปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับโอนเงินจากลูกค้าและเป็นผู้ทำธุรกรรมบัญชีธนาคาร และนางสาวกรรณิการ์ฯ ทำหน้าที่เป็นแอดมินตรวจสอบข้อมูลลูกค้า และตอบคำถามลูกค้า จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จำนวน 4 ราย ในฐานความผิด “ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและโอนเงินระหว่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต” นำส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. นอกจากนี้ยังพบว่าการดำเนินกิจการของกลุ่มผู้ต้องหายังมีพฤติการณ์รับจ่ายเงินหรือรับชำระเงินแทน ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ระบบการชำระเงิน พ.ศ.2560 ซึ่งจะทำการสอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยผู้ต้องหาให้การสอดคล้องกันว่า ตนได้เปิดให้บริการแลกเงินหยวนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ชื่อ PANDAPAYS ตั้งแต่เมื่อประมาณปลายปี 2568 โดยรู้จักกับชาวจีนจึงได้เปิดบัญชี Alipay เพื่อใช้สำหรับโอนเงินหยวนให้กับลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาขอแลกเงิน ซึ่งจะมีการบวกค่าเงินสูงจากอัตราแลกเปลี่ยนปกติเพื่อเป็นกำไร โดยจะได้กำไรมากน้อยขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงนั้นๆ ฐานลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ เกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนทั้งในนามนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การยอมรับว่าการดำเนินธุรกิจรับแลกเงินดังกล่าว ไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจริง สุดท้ายนี้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ขอฝากเตือนภัยถึงประชาชนที่มีความต้องแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ควรเลือกใช้บริการจากสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เสี่ยงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่ทำทีเป็นรับแลกเปลี่ยนโอนเงิน แต่เมื่อโอนไปแล้วกลับเสียเงินฟรีๆ และเงินที่ได้รับมามีโอกาสที่จะเป็นเงินที่กลุ่มมิจฉาชีพได้มาจากการกระทำความผิด มีความเสี่ยงที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ อายัดบัญชีธนาคาร หรือดำเนินคดีตามกฎหมาย

อีกทั้งปัจจุบันตรวจสอบพบว่า มิจฉาชีพมีการใช้บริการรับแลกเงินเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศดังกล่าว เป็นช่องทางในการหมุนเวียนเงินที่ได้จากการหลอกลวงหรือธุรกิจผิดกฎหมายเพื่อนำออกไปต่างประเทศ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดย กก.5 บก.
ปอศ. จะได้ทำการกวดขันปราบปราม เพื่อเป็นการตัดช่องทางทางการหมุนเวียนเงินนอกระบบและเงินผิดกฎหมายของกลุ่มมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง หากพบเบาะแสหรือพฤติการณ์ต้องสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
Loading...