ล่าระทึก 600 กม.! ตำรวจทางหลวงสกัดจับ 2 โจรไทย-ลาว ฉกกระบะพัทยาซิ่งหนีสุดชีวิต หวังข้ามโขงแต่ไปไม่ถึงฝัน
1 min read
เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 เกิดเหตุการณ์ไล่ล่าระทึกข้ามภาค หลังคนร้ายสองรายบุกขโมยรถกระบะจากพัทยา หวังขับข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถูกตำรวจทางหลวงวางเครือข่ายสกัดจับได้ที่ จ.อุบลราชธานี ก่อนถึงชายแดนเพียงนิดเดียว
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 เมษายน ผู้เสียหายจอดรถกระบะ Toyota Hilux Revo สีเทา ไว้ที่หน้าโรงแรมในซอยพัทยากลาง 8 จ.ชลบุรี โดยพลั้งเผลอแขวนกุญแจสำรองทิ้งไว้ที่ก้านไฟเลี้ยวภายในรถ กระทั่งเวลาประมาณ 19.40 น. พนักงานโรงแรมสังเกตเห็นชายแปลกหน้า 2 คน เดินตรงมาที่รถและขับออกไปอย่างรวดเร็ว ผู้เสียหายจึงรีบเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองพัทยา และโทรขอความช่วยเหลือผ่าน สายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ในเช้าวันรุ่งขึ้น
หลังได้รับแจ้ง ตำรวจทางหลวง (CIB) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาสัย และ พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ได้สั่งการให้เช็กกล้องวงจรปิดทันที จนพบเบาะแสว่ารถคันดังกล่าวซิ่งข้ามภาคจากตะวันออก มุ่งหน้าสู่อีสานตอนล่างโดยใช้เส้นทางถนนทางหลวงหมายเลข 24
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอุบลราชธานีจึงวางกำลังดักรอ จนกระทั่งเวลา 10.20 น. ของวันที่ 6 เมษายน พบรถเป้าหมายขับมาด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้า อ.เดชอุดม ซึ่งเป็นเส้นทางทะลุออกชายแดนได้
เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดไซเรนส่งสัญญาณให้หยุด คนร้ายกลับเหยียบคันเร่งหนีสุดชีวิต ตำรวจจึงนำรถเข้าไล่ล่าตามยุทธวิธี จนกระทั่งรถของคนร้ายเสียหลักพุ่งลงข้างทางบริเวณ กม.384 ต.เมืองเดช อ.เดชอุดม เจ้าหน้าที่จึงชาร์จตัวจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ทราบต่อมาคือ นายสุวรรณ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี,ท้าวชัยกร อายุ 18 ปี (สัญชาติลาว)
จากการสอบสวน ทั้งคู่ยอมรับสารภาพว่าต้องการเดินทางกลับประเทศลาว ขณะเดินผ่านหน้าโรงแรมเห็นกุญแจแขวนทิ้งไว้พอดี จึงอาศัย “เทคนิคพิเศษ” ที่เคยเรียนรู้จากตอนทำงานอยู่อู่ซ่อมรถ แอบเปิดกระจกลงแล้วสตาร์ทเครื่องหนีไป กะจะขับไปให้ถึงฝั่งโขงแต่มาถูกรวบตัวได้เสียก่อน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือรับของโจร” ก่อนส่งตัวกลับไปยัง สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


