ปทุมธานี สุดรันทด วงจรปิดจับภาพขับเก๋งมาปล่อยทิ้งยายวัย63ในวัดหวังให้พระดูแล
1 min read
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 69 ได้รับแจ้งจาก พระครูโสภณภัทรเวทย์ ดร.เจ้าคณะอำเภอลำลูกกา (พระอาจารย์อ๊อด) เจ้าอาวาสวัดสายไหม ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ว่ามีคนนำหญิงสูงวัยมาปล่อยทิ้งในวัด โดยกล้องวงจรปิดของวัดฯ สามารถจับภาพไว้ได้
เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึง พบเจ้าหน้าที่เทศบาลลำสามแก้วและพระครูโสภณภัทรเวทย์ ดร. เจ้าคณะอำเภอลำลูกกา (พระอาจารย์อ๊อด) กำลังมีการพูดคุยกับหญิงสูงวัยคนดังกล่าวอยู่ โดยเจ้าอาวาสฯ กล่าวเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 09.12 น.ของวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ได้มีรถยนต์เก๋ง สีขาว ขับเข้ามาในวัด โดยเข้าทางประตูทางเข้าหน้าวัด จากนั้นก็ขับเข้ามาจอดที่หน้ากุฎิเจ้าอาวาส ซึ่งขณะนั้นได้มีผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่ง ได้เปิดประตูหลังฝั่งซ้ายออกมายืนข้างรถ พร้อมด้วยถุงเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้จำนวนหนึ่ง ก่อนที่รถเก๋งได้ขับออกไปทันทีแล้วปล่อยให้หญิงคนดังกล่าวที่มีลักษณะคล้ายคนเดินไม่ค่อยได้ อยู่คนเดียว จนกระทั่งต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่ของวัดและพระสงฆ์มาพบ จึงสอบถามเรื่องราว พร้อมทั้งทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นางสาวทิพากร โพธิ์งาม อายุ 63 ปี เป็นชาว จ.ปราจีนบุรี โดยเบื้องต้นพบว่าหญิงสูงวัยผู้นี้มีโรคประจำตัว ติดเชื้อเอชไอวี และที่หัวเข่าเดินไม่สะดวก ต้องใช้ไม้เท้าในการประคองเดิน
จากการสอบถาม นางสาวทิพากรโพธิ์งาม กล่าวเปิดเผยทั้งน้ำเสียงสั่นเครือว่า ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2561 ตนเองเคยอยู่กับสามีใหม่ที่วัดนางเลง จังหวัดปราจีนบุรี ต่อมาสามีได้เสียชีวิตลงด้วยโรคเอสไอวี ตนเองจึงทราบว่าติดเชื้อเอชไอวีจากสามีใหม่ แต่ทางวัดไม่สามารถให้ตนเองพักอาศัยอาศัยอยู่ในวัดได้ เนื่องจากเป็นผู้หญิง เพราะเป็นกฎระเบียบของวัดห้ามผู้หญิงอาศัยอยู่ภายในวัดเพียงลำพัง
จากนั้นตนเองจึงไปขออาศัยอยู่กับพี่สาวและลูกสาวที่ยกให้กับพี่สาวไปเลี้ยงดูแล้ว แต่อยู่มาได้ไม่นานเขาก็ไม่ให้อยู่ ตนจึงมาขออาศัยหลานอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในซอยปรียานนท์ อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ซึ่งตนเองมาอยู่ได้ประมาณหนึ่งเดือน หลานก็แจ้งว่า ตนไม่พร้อมที่จะให้อยู่ต่อ เนื่องจากแม่สามีและพ่อสามีต้องมาอยู่ด้วย เพราะจะเดินทางจากต่างจังหวัดมาผ่าตัดรักษาโรค จึงทำให้หลานไม่สะดวกที่จะให้ตนเองอยู่ด้วย ตนจึงขอให้หลานมาส่งที่วัดแห่งนี้เพราะหวังจะมาขอพึ่งบารมีหลวงพ่อที่วัดสายไหม เพื่อขออยู่อาศัยก่อน จากนั้นจึงขอให้หลานขับรถมาส่งไว้ที่วัดดังกล่าว
ด้านพระครูโสภณภัทรเวทย์ ดร. เจ้าคณะอำเภอลำลูกกา เจ้าอาวาสวัดสายไหม กล่าวเปิดเผยว่า อาตมาได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่วัดว่า พบหญิงชราถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้ที่ศาลาหน้ากุฎิเจ้าอาวาสและเมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในวัด พบเห็นว่ามีรถยนต์เก๋ง สีขาวขับเข้ามาภายในวัด แล้วปล่อยทิ้งไว้ แต่ก็ไม่เห็นหน้าคนขับรถแต่อย่างใด ซึ่งอาตมาเห็นแล้วรู้สึกน่าเวทนาเป็นอย่างมาก เพราหญิงชราคนดังกล่าวก็เดินไม่ค่อยสะดวก อีกทั้งยังป่วยเป็นโรคประจำตัว เมื่อสอบถามเรื่องราว ทราบว่าเบื้องต้นไม่มีญาติมารับไปดูแลแต่หวังจะมาพึ่งอาศัยอยู่ภายในวัด แต่ทางวัดไม่สามารถให้บุคคลที่เป็นหญิงเพียงลำพังเข้ามาอยู่ภายในวัดได้


ด้านพระครูโสภณภัทรเวทย์ ดร. เจ้าคณะอำเภอลำลูกกา เจ้าอาวาสวัดสายไหม ยังกล่าวต่ออีกว่า อาตมาเห็นการกระทำดังกล่าวมองแล้วว่านี่มันชีวิตคน ไม่ใช่สัตว์ ที่นำมาปล่อยทิ้งที่วัดได้ แล้วให้วัดเลี้ยง ถ้าเป็นสัตว์นำมาปล่อยพระยังเลี้ยงดูได้ แต่ชีวิตหญิงชราหนึ่งคน โยมเป็นผู้หญิง ทางวัดไม่สามารถให้อยู่พักอาศัยได้ เพราะภายในวัดก็มีโยมผู้หญิงที่เข้ามาทำงานช่วยดูแลภายในวัด หลังจากช่วยทำงานเสร็จก็จะกลับไปพักอาศัยอยู่ที่บ้าน จะไม่มีใครพักอยู่ภายในวัดเป็นอันขาด ซึ่งปัจจุบัน เราจะโทษสังคมไม่ได้ เราต้องดูที่เหตุและปัจจัย ยายแจ้งว่าพวกเขาไม่มีความพร้อม เลี้ยงดูไม่ไหว แต่สาเหตุที่ไม่พร้อม เพราะเรื่องอะไร ควรต้องมาและนั่งคุยกันภายในครอบครัว แล้วหาวิธีการในรูปแบบอื่น ๆ ไม่ใช่เอามาปล่อยทิ้งวัดแบบนี้
ต่อมาพระครูโสภณภัทรเวทย์ ดร. เจ้าคณะอำเภอลำลูกกา เจ้าอาวาสวัดสายไหม จึงได้ประสานกับทาง ด้านนายบวร พิบูลย์ธนทรัพย์ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมสวัสดิการสังคมเทศบาลลำสามแก้ว พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบและสอบถามเรื่องราวข้อเท็จจริง เบื้องต้น ทราบว่ายายมีลูกจำนวน 2 คนและเคยไปอาศัยอยู่กับพระพี่ชายที่จังหวัดปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่ได้ประสานไปที่เบอร์โทรของทางพระสงฆ์ซึ่งเป็นพี่ชายของยาย ซึ่งอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี โดยแจ้งว่าไม่สามารถให้อยู่ได้เนื่องจากเป็นผู้หญิงเพียงลำพัง ตามกฎของกรมการศาสนาไม่ให้หญิงอาศัยอยู่ในวัดเพียงลำพังได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังลูกสาวที่ยายยกให้พี่สาวเลี้ยงดูเป็นลูก ก็แจ้งว่าไม่สะดวกที่จะดูแล จากนั้นได้ติดต่อไปยังลูกชายของยายอีกคน ก่อนทราบว่าเป็นบุคคลเร่ร่อนไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งเช่นกันจึงไม่สามารถดูแลผู้เป็นแม่ได้และเมื่อติดต่อไปยังหลานที่ขับรถเก๋งมาปล่อยไว้ที่วัด ได้รับการแจ้งว่าทางบ้านอาศัยกันอยู่กับสามีและลูกอีกสองคน และแม่ของสามีก็ต้องเดินทางจากต่างจังหวัดมาพักรักษาตัวที่บ้าน จึงทำให้ไม่สะดวกในการให้ยายพักอาศัยด้วยและยังแจ้งว่า ยายเป็นคนให้มาส่งไว้ที่วัดแห่งนี้เพื่อจะขออาศัยวัดอยู่ไปก่อน
หลังจากทราบเรื่องเบื้องต้น ซึ่งถูกทางญาติและลูกหลานปฏิเสธในการดูแล ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลลำสามแก้ว จึงประสานเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปทุมธานี ให้เข้ามาเพื่อให้ความช่วยเหลือ โดยจะได้นำตัวคุณยายไปอยู่ในความดูแลของ พม.จังหวัดก่อน พร้อมจะได้ติดต่อญาติ ๆ เกี่ยวกับความสามารถในการเลี้ยงดู ซึ่งจะได้หาแนวทางในการช่วยเหลือและดูแลตามขั้นตอนต่อไป

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน