ไวรัลสนั่น! “ผู้ใหญ่วศิน” แจงกลางวงประชุม ทำไมเมืองใหญ่ควรมีกำนัน–ผู้ใหญ่บ้าน? จุดชนวนถกทั้งประเทศ
กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ หลังคลิปการประชุมคณะอนุกรรมาธิการที่กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการสนับสนุนให้มีกำนันและผู้ใหญ่บ้านในเขตเทศบาลเมืองและเทศบาลนคร ถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งจากผู้ที่เห็นด้วยและผู้ที่ตั้งข้อสงสัยถึงความจำเป็นของแนวคิดดังกล่าว
หนึ่งในผู้ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ “ผู้ใหญ่วศิน ราชบุรี” ซึ่งได้ชี้แจงเหตุผลว่า ปัจจุบันเจ้าหน้าที่เทศบาลส่วนใหญ่ปฏิบัติงานตามเวลาราชการ เมื่อพ้นเวลาทำการ หากประชาชนประสบเหตุเดือดร้อน เหตุทะเลาะวิวาท เหตุฉุกเฉิน หรือปัญหาที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน หลายครั้งไม่รู้ว่าจะประสานใคร ขณะที่กำนันและผู้ใหญ่บ้านสามารถทำหน้าที่รับเรื่อง ประสานหน่วยงาน และลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนได้อย่างใกล้ชิด
ผู้ใหญ่วศินยังมองว่า เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางส่วนอาจไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ จึงอาจไม่รู้จักประชาชนเป็นการส่วนตัว แตกต่างจากกำนันและผู้ใหญ่บ้านที่ใช้ชีวิตอยู่ในชุมชน รู้จักผู้คน รู้จักปัญหา และสามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว
อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้น คือ ความแตกต่างระหว่างกำนัน–ผู้ใหญ่บ้าน กับประธานชุมชน แม้ประธานชุมชนจะมีบทบาทในการประสานงานและสะท้อนปัญหาของประชาชน แต่ผู้ใหญ่วศินเห็นว่า บทบาทและอำนาจตามกฎหมายยังแตกต่างจากกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในภารกิจด้านการปกครองหลายเรื่อง
นอกจากนี่ ยังยกตัวอย่างการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การขอหนังสือรับรอง การรับรองตัวบุคคล หรือการลงนามรับรองเอกสาร ซึ่งในพื้นที่ที่มีกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนสามารถเข้าพบเพื่อขอความช่วยเหลือได้ง่าย เพราะเป็นผู้ที่รู้จักคนในพื้นที่เป็นอย่างดี
ส่วนเรื่องการดูแลความสงบเรียบร้อย ผู้ใหญ่วศินระบุว่า แม้ตำรวจจะมีหน้าที่โดยตรงในการบังคับใช้กฎหมาย แต่ด้วยกำลังพลที่มีจำกัด หากมีกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ก็สามารถเป็นผู้ประสานงาน แจ้งเหตุ และช่วยดูแลสถานการณ์เบื้องต้น ก่อนเจ้าหน้าที่จะเดินทางมาถึง
ผู้ใหญ่วศินยังแสดงความเห็นว่า หลายคนอาจมองว่าเมืองใหญ่มีความเจริญแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมีกำนันและผู้ใหญ่บ้าน แต่ตนกลับเห็นว่า ยิ่งเมืองมีประชากรหนาแน่นและมีปัญหาซับซ้อน ก็ยิ่งควรมีกลไกที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงภาครัฐกับประชาชนให้ใกล้ชิดมากขึ้น
พร้อมยกตัวอย่างว่า แม้โรงเรียนจะมีครูและผู้บริหาร ก็ยังมีหัวหน้าห้องคอยประสานงาน หรือมหาวิทยาลัยก็ยังมีผู้นำนักศึกษาเป็นตัวกลาง ดังนั้น ชุมชนหรือเมืองใหญ่ก็ควรมีตัวแทนที่ทำหน้าที่เชื่อมระหว่างประชาชนกับภาครัฐเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่วศินย้ำว่า แนวคิดนี้ไม่ได้ต้องการให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านเข้ามาแทนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ต้องการให้ทำงานร่วมกับเทศบาล เพื่อช่วยรับฟังปัญหา ประสานงาน และดูแลประชาชนในระดับพื้นที่
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อเสนอที่อยู่ระหว่างการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการ ยังไม่มีข้อสรุปหรือการแก้ไขกฎหมายแต่อย่างใด และจะต้องผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน รวมถึงกระบวนการพิจารณาตามกฎหมายต่อไป.