“แม่…” แชตสุดท้ายจาก “น้องจิ๊บ” ถึงแม่ ก่อนขาดการติดต่อ ญาติเศร้ารับร่างผู้ช่วยพยาบาล เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
1 min read
เปิดแชตสะเทือนใจ เหยื่อโศกนาฏกรรมไฟไหม้โรงเบียร์ดังย่านลาดพร้าว ส่งสติ๊กเกอร์ร้องไห้พร้อมพิมพ์ข้อความสุดท้าย “แม่” ก่อนขาดการติดต่อ ครอบครัวสุดเศร้ารับร่างกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดจังหวัดบุรีรัมย์ ด้านสามีทหารเผยเพิ่งแต่งงานได้เพียง 1 เดือน ปกติภรรยาไม่เคยเที่ยวกลางคืน แต่วันเกิดเหตุเพื่อนชวนก่อนพบจุดจบสลด ขณะที่เพื่อนรอดชีวิต
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศสุดโศกเศร้าที่บ้านเลขที่ 214 หมู่ 1 ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเต็มไปด้วยคราบน้ำตาของญาติพี่น้องและชาวบ้านที่มาร่วมไว้อาลัย หลังเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้เคลื่อนร่างของ นางสาวมณีรัตน์ หรือ “น้องจิ๊บ” บ่มกลาง อายุ 38 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ชื่อดังย่านลาดพร้าว กลับมาถึงบ้านเกิดเมื่อคืนที่ผ่านมา


บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความหดหู่ ชาวบ้านต่างทยอยเดินทางมาแสดงความเสียใจอย่างไม่ขาดสาย หลายคนรู้สึกสงสารและเสียดายอนาคตของน้องจิ๊บ เนื่องจากเธอเพิ่งเข้าพิธีแต่งงานกับ “สิบเอกอ๊อฟ” สามี ได้เพียง 1 เดือนเท่านั้น แต่กลับต้องมาด่วนจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

นางมยุรี บ่มกลาง อายุ 57 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ลูกสาวทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ มานานกว่า 20 ปี ปกติแม่ลูกจะพิมพ์ข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์คุยกันเป็นประจำทุกวัน

ในคืนเกิดเหตุ เธอยังคุยไลน์กับลูกสาวตามปกติ ซึ่งลูกบอกว่ากำลังรอสามีมารับ จากนั้นตนก็เข้านอน กระทั่งรุ่งเช้าเมื่อหยิบโทรศัพท์มาดู ต้องใจสลายเมื่อพบว่าลูกสาวส่งสติ๊กเกอร์รูป “ร้องไห้” มาหลายครั้ง ก่อนจะพิมพ์ข้อความสุดท้ายสั้นๆ เพียงคำเดียวว่า “แม่” แล้วไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย
“วินาทีที่เห็นข้อความ แม่รู้เลยว่าตอนนั้นน่าจะเกิดไฟไหม้แล้ว และลูกคงพยายามหาทางหนีแต่มันหมดหนทาง เมื่อรู้ว่าคงหนีไม่รอด จึงส่งสติ๊กเกอร์และพิมพ์ข้อความมาสั่งเสียแม่เป็นครั้งสุดท้าย” นางมยุรี กล่าวด้วยความรวดร้าว


ด้าน สิบเอกอ๊อฟ สามีของผู้เสียชีวิต เล่าถึงคืนมรณะว่า ปกติแล้วภรรยาไม่ใช่คนชอบเที่ยวกลางคืน หรือไปดื่มกินในสถานที่ลักษณะนี้ หากนัดเจอกันก็จะนั่งกินข้าวที่ร้านอาหารใกล้ๆ โรงเบียร์เพื่อรอตนไปรับ แต่วันนั้นแปลกไปกว่าทุกวัน ภรรยากลับมาถึงห้องพัก อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วบอกว่าจะขอไปเที่ยวกับเพื่อนสักคืน ตนก็ไม่ได้ห้ามปรามและตั้งใจว่าหากภรรยาเที่ยวเสร็จก็จะขับรถไปรับตามปกติ
จนกระทั่งเพื่อนของภรรยาโทรศัพท์มาบอกว่า เกิดเหตุไฟไหม้รุนแรงในจุดที่ภรรยาไปนั่งดื่ม ตนพยายามโทรศัพท์ติดต่อภรรยาหลายครั้งแต่ไม่มีคนรับสาย จึงตัดสินใจรีบขับรถไปตามหาที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง ก่อนจะได้รับข่าวร้ายที่สุดในชีวิตว่าภรรยาเสียชีวิตแล้วในกองเพลิง ส่วนเพื่อนซึ่งเป็นคนชวนภรรยาไปเที่ยวในคืนนั้น สามารถเอาชีวิตรอดออกมาได้