“ทวีทรัพย์” พร้อมคณะ บุกอีสาน จี้รัฐเคลียร์ปมเงินช่วยคนรวบรวมใบอ้อย พร้อมเร่งแก้ไฟฟ้าเกษตร-ประปาหมู่บ้าน
1 min read
ขอนแก่น- “ส.ส.ทวีทรัพย์ ตัดสมัย” นำคณะลงพื้นที่ขอนแก่น รับฟังปัญหาประชาชน 5 จังหวัด เร่งผลักดันเงินช่วยเหลือผู้รวบรวมใบอ้อย พร้อมติดตามปัญหาไฟฟ้าเกษตร น้ำประปา และโครงสร้างพื้นฐาน
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00 น. นาย ทวีทรัพย์ ตัดสมัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยทรัพย์ทวี และกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมด้วย นางอัฐภิญญา พุทธโกศัย, นายธนวิทย์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้ทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา, นายสุวรรณ บัวโรย ผู้ชำนาญการประจำตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเลขานุการคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่ บ้านโคกสูง หมู่ที่ 2 ตำบลกุดกว้าง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น เพื่อรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมรับหนังสือร้องเรียนเพื่อนำไปผลักดันต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีประชาชนและตัวแทนเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจาก 5 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร และอำนาจเจริญ เข้าร่วมประชุม โดยมี นางสาวพรพิมล พนมภูมิ เป็นตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการรับจ้างรวบรวมใบอ้อยและยอดอ้อย พร้อมด้วย นางทับทิม ผานาค ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกสูงวิทยานุกูล และตัวแทนประชาชนในพื้นที่ร่วมสะท้อนปัญหาและยื่นข้อเสนอเพื่อขอรับการแก้ไข

ประเด็นสำคัญที่มีการร้องเรียน คือ ปัญหาของผู้ประกอบการรับจ้างรวบรวมใบอ้อยและยอดอ้อย ซึ่งได้รับผลกระทบจากนโยบายลดการเผาอ้อยของภาครัฐ โดยผู้ประกอบการจำนวนมากได้ลงทุนซื้อเครื่องอัดใบอ้อย รถบรรทุก และอุปกรณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2567 หลังจากโรงงานรับซื้อใบอ้อยในราคาประมาณ ตันละ 1,000 บาท ทำให้ประชาชนตัดสินใจลงทุนเพื่อรองรับการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล


อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันราคารับซื้อใบอ้อยได้ปรับลดลงเหลือเพียง ตันละ 800 บาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าแรงงาน ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าซ่อมบำรุงเครื่องจักร ค่าขนส่ง และภาระหนี้จากการลงทุน ทำให้หลายรายประสบปัญหาขาดทุนและได้รับผลกระทบด้านสภาพคล่อง
ผู้ประกอบการยังระบุว่า รัฐบาลเคยประกาศแนวทางช่วยเหลือผู้เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บใบอ้อยในอัตรา ไร่ละ 300 บาท เพื่อส่งเสริมการลดการเผาอ้อยและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการจ่ายเงิน หลักเกณฑ์ ผู้มีสิทธิได้รับ หรือกำหนดระยะเวลาการดำเนินการ ส่งผลให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรต้องการให้รัฐบาลเร่งชี้แจงข้อเท็จจริงและเร่งดำเนินการตามมาตรการที่ได้ประกาศไว้

นายสุวรรณ บัวโรย เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบ เอกสารการลงทุน หลักฐานการซื้อเครื่องจักร และข้อมูลจากผู้ประกอบการทั้ง 5 จังหวัด พร้อมทั้งประสานเครือข่ายผู้ประกอบการในจังหวัด สุพรรณบุรี นครสวรรค์ และกำแพงเพชร เพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนจัดทำหนังสือเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผลักดันเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนหน่วยงานของรัฐบาล เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเร่งรัดการช่วยเหลือประชาชน
นอกจากปัญหาเรื่องใบอ้อยแล้ว ประชาชนยังได้ยื่นข้อร้องเรียนเรื่อง การขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ซึ่งได้ยื่นเรื่องผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาเป็นเวลาหลายปี แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยคณะทำงานจะรวบรวมเอกสารและประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันการจัดสรรงบประมาณและเร่งดำเนินการตามความต้องการของประชาชน


ส่วนปัญหา ระบบประปาหมู่บ้าน ประชาชนเสนอให้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลแห่งใหม่ที่มีความลึกประมาณ 130 เมตร เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในระยะยาว ซึ่งคณะทำงานจะรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงเสนอไปยังกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาจัดสรรงบประมาณดำเนินการ
ด้าน นางทับทิม ผานาค ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกสูงวิทยานุกูล ได้ยื่นข้อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการปรับปรุงอาคารเรียน สื่อการเรียนการสอน และเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของนักเรียนในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมีการยื่นหนังสือขอให้ปรับปรุงถนนและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชน โดยนายทวีทรัพย์ ตัดสมัย ได้รับเรื่องไว้และมอบหมายให้คณะทำงานประสานหน่วยงานผู้รับผิดชอบ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และติดตามการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการต่อไป
นายทวีทรัพย์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการรับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง เพื่อนำข้อมูลและข้อเท็จจริงไปผลักดันผ่านกลไกของสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการ และประสานหน่วยงานของรัฐให้เร่งดำเนินการแก้ไข พร้อมยืนยันว่าจะติดตามทุกเรื่องที่ได้รับร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่





