พ่อแม่ติดใจลูกวัย 5 วันเสียชีวิต ร้อง “ปวีณา” ส่งชันสูตร หวั่นปมจัดเลี้ยงโต๊ะจีนในห้อง ICU เด็ก
1 min read
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นำครอบครัวทารกวัย 5 วัน เดินทางเข้ารับฟังผลชันสูตรศพเบื้องต้นและรับร่างของทารก หลังครอบครัวติดใจสาเหตุการเสียชีวิต และสงสัยกรณีโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.อ่างทอง จัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนภายในห้อง ICU เด็ก ก่อนลูกชายจะเสียชีวิตเพียง 1 วัน
17 กรกฎาคม 2569 แม่ผ่าคลอดก่อนกำหนด (ครรภ์ 8 เดือน) ทารกแรกเกิดน้ำหนัก 4,305 กรัม ถูกส่งเข้าห้อง ICU เด็ก เนื่องจากมีภาวะความดันในปอดสูงและต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยแพทย์ระบุว่าอาการค่อยๆ ดีขึ้น อยู่ระหว่างลดปริมาณยาและลดยานอนหลับเพื่อเตรียมส่งตัวรักษาต่อ
20 กรกฎาคม 2569 พ่อแม่พบว่ามีการจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนจำนวน 5 โต๊ะ ภายในห้อง ICU เด็ก โดยมีผู้บริหาร บุคลากรทางการแพทย์ และพนักงานเสิร์ฟเดินเข้า-ออก ขณะที่ตู้อบเด็กมีเพียงม่านใสกั้น เมื่อขอเข้าเยี่ยมกลับถูกปฏิเสธโดยอ้างว่าไม่สะดวก นอกจากนี้ พนักงานเสิร์ฟยังไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย ทำให้ครอบครัวกังวลเรื่องการติดเชื้อในพื้นที่ปลอดเชื้อ

21 กรกฎาคม 2569 เช้าวันถัดมา โรงพยาบาลแจ้งว่าทารกอาการวิกฤตจากการติดเชื้อในกระแสเลือด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทว่าในหนังสือรับรองการตายกลับระบุสาเหตุว่าเกิดจาก “ภาวะความดันในปอดสูง”
ข้อสงสัยเพิ่มเติม ครอบครัวระบุว่า โรงพยาบาลไม่ได้แจ้งตำรวจให้เข้าตรวจสอบ แต่กลับแนะนำให้นำศพไปทำพิธีทางศาสนาทันที ทำให้เกิดความแคลงใจจนต้องประสานมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อร้องขอความเป็นธรรม
ผลการตรวจชันสูตรและความคืบหน้าทางกฎหมาย
นางปวีณา เปิดเผยว่า ได้ประสาน ผกก.สภ.สามโก้ จ.อ่างทอง ให้ดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย และส่งศพมาชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ซึ่งจากการตรวจเบื้องต้นพบความผิดปกติบริเวณกะโหลกศีรษะและข้อเท้าของทารก ยิ่งสร้างความสงสัยให้กับครอบครัว

อย่างไรก็ตาม แพทย์นิติเวชระบุว่า ผลการชันสูตรเบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดได้ เนื่องจากต้องรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการและผลพยาธิวิทยาเพิ่มเติม ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 30–45 วัน
ทั้งนี้ มูลนิธิปวีณาฯ เตรียมประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง (สสจ.อ่างทอง) เพื่อตรวจสอบมาตรฐานการปฏิบัติงานของโรงพยาบาล โดยเฉพาะข้อเท็จจริงกรณีการจัดงานเลี้ยงในห้อง ICU เด็ก เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้สูญเสียอย่างที่สุด

