รองจ๋อนำทีมรวบแก๊งค์ผิวสี พร้อมแฉกลโกงระดับโลก “Black Money ”เปลี่ยนกระดาษดำเป็น เงินดอลลาร์ หลอกเหยื่อ อ้างผลิตได้ 200 ล้านบาท
1 min readรองจ๋อนำทีมรวบแก๊งค์ผิวสี พร้อมแฉกลโกงระดับโลก “Black Money ”เปลี่ยนกระดาษดำเป็น เงินดอลลาร์ หลอกเหยื่อ อ้างผลิตได้ 200 ล้านบาท

นครบาลเปิดปฏิบัติการ “หลอกซ้อนลวง“ คนร้ายคู่หูนักต้มตุ๋นชาวไลบีเรีย ดันไปเลือกเหยื่อเป็นตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด บช.น. ในงานแสดงรถหรู กลางเมือง กรุงเทพฯ
“น้ำยาวิเศษ ผลิตแบงค์ดอลลาร์“ 30 ปี ของกลโกงคลาสสิคระดับโลก “Black Money ”เปลี่ยนกระดาษดำเป็น เงินดอลลาร์ หลอกเหยื่อ ถูกเฉลยหมดเปลือก คนร้ายแสดงกลลวงทุกขั้นตอน สามารถทำเงินดำมูลค่าถึง 6 ล้าน US คิดเป็นเงินไทย 200 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 69 เวลาประมาณ 17.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. , พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. , พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. นำโดยพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. , พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.กก.สส.บก.น.5 , พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. , ร.ต.อ.เลิศวริศ วรปรีชา รอง สว.ฝอ.บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น.นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. วางแผนจับกุมตัวผู้ต้องหา 4 รายดังนี้
1.นาย เรมี่ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี สัญชาติไลบีเรีย ถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันเป็นอั้งยี่”
2.นายเดวิด (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี สัญชาติไลบีเรีย ถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันเป็นอั้งยี่และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต”
3.น.ส.นากัว (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี สัญชาติแคมมารูน ถูกแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
4.น.ส.ไคเซีย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี สัญชาติแคมมารูน ถูกแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยที่การอนุญาตให้อยู่ราชอาณาจักรสิ้นสุด”

ตรวจยึดของกลาง ดังนี้
1.ธนบัตรลักษณะคล้ายเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ใบละ 100 ดอลลาร์ จำนวน 11 ใบ
2.ธนบัตรเคลือบสาร (เงินดำ) จำนวน 3 ใบ
3.กระดาษสีขาวขนาดเท่าธนบัตร จำนวน 60,000 ฉบับ
4.น้ำยาไม่ทราบชนิด (อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์) จำนวน 4 ขวด
5.อุปกรณ์การแปลงสภาพธนบัตรหลายรายการ
6.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง (พบข้อมูลคลิปเครื่องผลิตธนบัตรดอลลาร์ปลอม และกรรมวิธีในการหลอกลวงเหยื่อลักษณะ “การล้างธนบัตร” หรือ Black Money Scam จำนวนมาก)
พฤติการณ์กล่าวคือ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่าสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ได้สืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ชาวผิวสี มาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 69 เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามคนร้ายรายสำคัญในเครือข่ายกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติในพื้นที่ย่านซอยนานา โดยได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมผู้ต้องสงสัยไปที่งานรวมรถหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้อำพรางตัวเป็นผู้สนใจรถหรู การปลอมตัวแนบเนียนจนสะดุดความสนใจของแก๊งค์คนร้าย โดยที่คนร้ายดันเสนอตัวจะหาเงินทุนมาซื้อรถยนต์หรูให้ คนร้ายพยายามหว่านล้อมสรรพคุณความร่ำรวยของตนเองว่าเป็นเงินทุนจากธุรกิจมืด มีเงินสดอยู่จำนวนประมาณ 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 200 ล้านบาท (สองร้อยล้านบาท) แต่ทว่าเงินสดเหล่านั้นติดอยู่ที่ด่านสรรพกร คนร้ายจึงชักชวนให้ชุดสืบสวนในคราบไฮโซเก๊ ร่วมลงทุนเป็นเงินสดไทยจำนวน 150,000 บาท อ้างเพื่อใช้สำหรับจ่ายใต้โต๊ะ พร้อมข้อเสนอว่าหากได้กระดาษจำนวนดังกล่าวออกมาแล้ว จะสามารถใช้กรรมวิธีเปลี่ยนสภาพจากกระดาษเปล่าให้กลายเป็นธนบัตรดอลลาร์สหรัฐฉบับจริงได้ครบตามจำนวนที่ได้แจ้งไว้ โดยเสนอส่วนแบ่งให้จำนวน 40 เปอร์เซ็นต์ โดยคนร้ายยัง “นัดหมาย” จะสาธิตกรรมวิธีการเปลี่ยนสภาพจากกระดาษเปล่าให้กลายเป็นธนบัตรดอลลาร์สหรัฐฉบับจริงโชว์ให้ดูอีกด้วย โดยคนร้ายไม่ทราบเลยว่าแท้จริงแล้วคนที่สนทนาอยู่ด้วยคือ “ตำรวจอำพราง”

วันที่ 1 ส.ค. 69 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. วางแผนปฏิบัติการ “หลอกซ้อนลวง” ปฏิบัติการทลายขบวนการกลโกงสุดคลาสสิคที่ทำมาอย่างยาวนาน เพื่อจับกุมคนร้ายให้ได้แบบคาหนังคาเขา โดยเมื่อถึงเวลานัดหมายคนร้าย 2 รายได้เดินทางมาพบตามนัดหมาย โดยไม่รู้ตัวว่าได้ย่างกายเข้าถ้ำเสือ คนร้ายทำทีนำกระดาษสีขาวขนาดเท่าธนบัตรฉบับ 100 ดอลลาร์ถูกนำไปเคลือบสารเคมี (หรือทาแป้ง/ไอโอดีน) จนกลายเป็นสีขาว/สีดำบังตาไว้ล่วงหน้า โดยคนร้ายได้นำของเหลวมาทากับกระดาษสีขาวจนแปลงสภาพกลายเป็นธนบัตร 100 ดอลลาร์ อ้างว่าเป็นสารเคมีพิเศษ แต่แท้จริงเป็นเพียงวิตามินซีละลายน้ำ ล้างคราบชั้นนอกออก ทำให้เห็นหน้าเงินจริงที่ซ่อนอยู่ข้างใน ทว่าขณะที่คนร้ายทั้งสองรายร่ายมนต์ต้มตุ๋นอยู่นั้นถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับจ้องทุกทิศทาง และตัวเหยื่อที่คนร้ายกำลังต้มตุ๋นนั้นก็คือตำรวจอำพราง หลังจบปาหี่เจ้าหน้าที่อำพลางจึงแปลงกายจากเหยื่อกลายเป็นผู้ล่า แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ที่ซุ่มรอเข้าจับกุมอยู่รอบทิศทาง ทำให้คนร้ายทั้งสองรายตกอยู่ในอาการงุนงงเป็นอย่างมาก โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาคนร้ายทั้งสองว่า “ร่วมกันเป็นอั้งยี่และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนทำการตรวจยึดธนบัตรและอุปกรณ์การต้มตุ๋นอีกหลายรายการก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ดำเนินคดีตามกฏหมาย

ต่อมาขยายผลหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้พบพยานหลักฐาน เกี่ยวกับการผลิตธนบัตรดอลลาร์ปลอมเป็นจำนวนมาก จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัย ผลการตรวจค้นพบ กระดาษสีขาวขนาดเท่าธนบัตร จำนวน 60,000 ฉบับ ซึ่งถูกตระเตรียมใช้พิมพ์เงินดอลล่าร์ปลอมราว 6 ล้าน ดอลล่าร์สหรัฐ ภายในห้องพักของผู้ต้องหารายที่ 1 ย่าน ถ.ลาซาล และ จากการตรวจสอบห้องพักของคนร้ายรายที่ 2 ย่านหัวหมาก พบธนบัตรปลอม (เงินดำ) และหลักฐานอีกหลายรายการ อีกทั้งภายในยังพบบุคคลต่างด้าวสัญชาติแคมมารูน อีก 2 ราย จึงได้ทำการจับกุมตัวในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินคดีตามกฏหมาย
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า แผนประทุษกรรมที่คนร้ายจะใช้หลอกลวงเหยื่อนั้นคือรูปแบบ “Black Money Scam” หรือ”สแกมธนบัตรดำ (หรือธนบัตรขาว)” โดยใช้หลักการทางเคมีพื้นฐานบวกกับ “มายากลต้มตุ๋น” (ใช้ปฏิกิริยาของไอโอดีนและแป้ง หรือใช้สารละลายสีที่เคลือบไว้ออก) มาสร้างภาพลวงตาให้เหยื่อเชื่อว่ากระดาษเปล่ากลายเป็นเงินจริงได้ กลโกงนี้มีมาตั้งแต่ยุค 1990 และกระจายไปทั่วโลกทั้งในยุโรป สหรัฐอเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย เมื่อเหยื่อหลงเชื่อว่าทำได้จริง มันจะมอบกระดาษขาวปึกใหญ่ (ซึ่งคราวนี้เป็น กระดาษเปล่าธรรมดา ไม่ใช่แบงก์จริงเคลือบ) พร้อมหลอดน้ำยาปลอม แล้วจะเชิดเงินหนีไป โดยการหลอกลวงลักษณะนี้ประชาชนโดยส่วนใหญ่เคยได้ยินหรือได้อ่านมาบ้างแล้ว ทว่ากลับไม่เคยมีใคร “ได้เห็นกับตา” ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการ “เปิดโปง” กลลวงนี้ได้ให้ประชาชนได้เห็น

ในชั้นจับกุม นาย เรมี่ ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ตนเองมีเครือญาติอยู่ในประเทศไนจีเรีย โดยในคดีนี้ตนเองไม่รู้เรื่องใดๆทั้งสิ้น ที่ตนเองได้แสดงการลอกคราบธนบัตรไปนั้นตนเองจำไม่ได้ว่าทำสิ่งใดลงไป”
ในชั้นจับกุม นายเดวิด ผู้ต้องหาที่ 2 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “สิ่งที่ตนเองได้ทำในวันนี้นั้น มีประสงค์เพื่อหลอกลวงให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่า พวกตนมีธนบัตรดอลลาร์สหรัฐของจริงที่ผ่านการใช้กรรมวิธีเปลี่ยนสภาพให้เป็นคล้ายกระดาษเปล่า อยู่จำนวนประมาณ 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ200 ล้านบาท อยู่จริง โดยใช้กลอุบายเป็นวิธีการสาธิตกรรมวิธีการเปลี่ยนกระดาษเปล่าให้เป็นธนบัตรดอลลาร์สหรัฐฉบับจริง เพื่อให้เหยื่อตายใจ และยอมส่งมอบทรัพย์สินให้ โดยถ้าหากว่าได้เงินแล้ว พวกของตนก็จะตัดขาดการติดต่อจากเหยื่อไป และแบ่งเงินที่หลอกลวงมาได้เท่ากันคนละครึ่ง โดยยังรับต่อไปว่า กระดาษเปล่าตัดขอบขนาดใกล้เคียงธนบัตร จำนวน 1 ถุงใหญ่ ของกลางรายการที่ 14 นั้น วันนี้ (1 ส.ค.2569) เวลาประมาณ 12.00 น. ตนได้ไปว่าจ้างร้านพิมพ์เอกสารเพื่อให้ช่วยตัดกระดาษเปล่าให้มีขนาดเท่าธนบัตรฉบับจริง”

สุดท้ายนี้ พลตำรวจตรีธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช น / รองโฆษก ตร เตือนภัยว่า “กลโกงลักษณะ “Black Money Scam” มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุค 1990 โดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์และมายากลต้มตุ๋นสร้างภาพลวงตา หากใครพบเห็นพฤติกรรมลักษณะนี้ อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด เพราะไม่มีทางเปลี่ยนกระดาษเปล่าให้กลายเป็นเงินของจริงได้ เป็นเพียงมุกหลอกลวงเพื่อทรัพย์สินเท่านั้น”
Loading...