จันทบุรี ระดมกำลังฝ่ายปกครอง–ตำรวจ ล้อมจับคาห้องเช่า รวบ 3 ผู้ต้องหายาเสพติด ยึดยาบ้า–ไอซ์ของกลาง
1 min read
จันทบุรี – ฝ่ายปกครองจังหวัดจันทบุรีสนธิกำลังตำรวจและสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจสอบแหล่งต้องสงสัย หลังได้รับข้อมูลว่ามีการลักลอบจำหน่ายและเสพยาเสพติดในพื้นที่ชุมชน ก่อนนำกำลังเข้าตรวจสอบห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลพลับพลา อำเภอเมืองจันทบุรี สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 45 เม็ด และยาไอซ์รวม 0.98 กรัม
ปฏิบัติการดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และนายกิตติพงษ์ กิติคุณ ปลัดจังหวัดจันทบุรี โดยนายรภัทร กิจกาญจน์ ป้องกันจังหวัดจันทบุรี สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดจันทบุรี พร้อมปลัดอำเภอ สมาชิก อส. ร้อย.อส.จ.จบ.1 นำโดย นายดำรงค์ แก้วนิมิตร ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดจันทบุรี บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองจันทบุรี และชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอเมืองจันทบุรี




เจ้าหน้าที่ได้ประชุมวางแผนและแบ่งกำลังเข้าตรวจสอบข้อมูลการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีการซื้อขายยาเสพติดในชุมชน โดยพบข้อมูลว่ามีทั้งชายและหญิงเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงมีการชักชวนกลุ่มวัยรุ่นเข้ามามั่วสุมและเสพยาเสพติด กระทั่งเจ้าหน้าที่ติดตามข้อมูลจนพบเบาะแสเกี่ยวกับการครอบครองและจำหน่ายยาเสพติด ก่อนนำกำลังเข้าตรวจสอบห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลพลับพลา อำเภอเมืองจันทบุรี
จากการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 3 ราย รายแรกเป็น น.ส.นัน (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 45 เม็ด และยาไอซ์ 0.64 กรัม เบื้องต้นแจ้งข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงและเสพยาเสพติด รายที่สอง นายสน (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ 0.34 กรัม แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและเสพยาเสพติด ส่วนรายที่สาม นายเฉลิม (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี แจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องและเครือข่ายการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ต่อไป

