คอมมาโด รวบหนุ่มชียงราย” คาสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ บัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มุกใหม่แอบอ้าง ไปรษณีย์-กรมการแพทย์-เจ้า หน้าที่คุ้มครองเงินฝาก หลอกข้าราชการเกษียณโอนเงินตรวจเช็กบัญชี สูญเกือบล้านบาท
1 min readคอมมาโด รวบหนุ่มชียงราย” คาสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ บัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มุกใหม่แอบอ้าง ไปรษณีย์-กรมการแพทย์-เจ้า หน้าที่คุ้มครองเงินฝาก หลอกข้าราชการเกษียณโอนเงินตรวจเช็กบัญชี สูญเกือบล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ.,พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี,พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. เข้าทำการจับกุม นายณัฐวุฒิ หรือ “บิว” อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดเชียงราย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.1145/2569 ในข้อหาหนัก ทั้งสนับสนุนให้ผู้อื่นฉ้อโกง, นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า) โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ขณะเดินทางมาจากภาคเหนือ

คดีดังกล่าวย้อนกลับไปช่วงปลายปี 2568 แก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้ได้โทรศัพท์หาผู้เสียหายซึ่งเป็นอดีตข้าราชการเกษียณอายุ สวมรอยเป็นพนักงานไปรษณีย์แจ้งเรื่องด่วนว่า ผู้เสียหายต้องติดต่อกรมการแพทย์เพื่อดำเนินการเรื่อง “การคุ้มครองเงินฝากข้าราชการบำนาญ” ก่อนจะส่งต่อสายให้มิจฉาชีพรายที่สองที่อ้างตัวเป็น เจ้าหน้าที่กรมการแพทย์ นามว่า “น.ส.วาริณ” ซึ่งขู่ให้เหยื่อเกิดความตระหนกและแจ้งว่าจะส่งเรื่องต่อไปยังสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
จากนั้น มิจฉาชีพรายที่สามที่อ้างชื่อ “นายณัฐพล” สวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่จากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ได้โทรศัพท์เข้ามารับช่วงต่อทันที โดยใช้อุบายล่อลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารปลายทาง โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนจำเป็นในการ “ตรวจสอบระบบการคุ้มครองเงินฝากข้าราชการบำนาญ” เพื่อยืนยันความปลอดภัยของบัญชี ความแยบยลของการต่อสายเป็นทอดๆ และการอ้างอิงหน่วยงานรัฐถึง 3 แห่ง ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ ยอมโอนเงินไปหลายครั้งรวมเป็นเงินสูงถึง 950,000 บาท ก่อนจะเอะใจเดินทางไปสอบถามสถาบันคุ้มครองเงินฝากด้วยตนเอง จนพบว่าไม่มีโครงการหรือการดำเนินการดังกล่าวจริง และรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี
พฤติการณ์ มิจฉาชีพกลุ่มดังกล่าว เป็นการใช้มุกใหม่โดยใช้สูตรคือ “ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ – สร้างความน่าเชื่อถือ – ทำให้เหยื่อกังวล – เร่งให้ตัดสินใจ – หลอกให้โอนเงิน” โดยอาศัยความกังวลของข้าราชการเกษียณเกี่ยวกับเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตเป็นจุดอ่อนในการจูงใจ

กระทั่งล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปพ.กก.4 สืบทราบจากสายลับว่า นายณัฐวุฒิ ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีม้าที่รับโอนเงินหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ และกำลังนั่งรถไฟเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ ชุดจับกุมจึงนำกำลังไปซุ่มรอคอยบริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ จนกระทั่งพบตัวบุคคลที่มีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น ตรวจสอบบัตรประชาชนยืนยันว่าเป็น นายณัฐวุฒิ จริง จึงทำการควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางชัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายณัฐวุฒิ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเมื่อช่วงกลางปี 2567 ตนเองได้ขายบัญชีธนาคารให้กับเพื่อนคนรู้จักที่เป็นลูกครึ่งชื่อ “ยูกิ” ในราคา 4,000 บาท ต่อมาเมื่อมีหมายเรียกส่งมาที่บ้านช่วงปลายปี 2568 ตนจึงโทรไปต่อว่าเพื่อนคนดังกล่าวจนเกิดปากเสียงทะเลาะกันอย่างหนัก และขาดการติดต่อนับแต่นั้น โดยปัจจุบันบัญชีธนาคารของตนถูกอายัดทั้งหมด ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินใดๆ ได้อีก ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังได้กล่าวฝากเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนทิ้งท้ายเป็นอุทาหรณ์ด้วยว่า “อย่าไว้ใจคนใกล้ตัว ที่ไม่ใช่คนในครอบครัว” เพราะสุดท้ายความเดือดร้อนและโทษทางกฎหมายจะตกอยู่กับเจ้าของบัญชีเพียงผู้เดียว

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจขอเตือนภัยเตือนภัย ปัจจุบันมิจฉาชีพมักใช้วิธี แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานราชการ ธนาคาร หรือองค์กรที่น่าเชื่อถือ โทรศัพท์มาสร้างเรื่องให้เหยื่อเกิดความกังวล ก่อนหลอกให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือโอนเงินไปยังบัญชีที่มิจฉาชีพกำหนด
ขอให้พี่น้องประชาชน อย่าหลงเชื่อเพียงเพราะปลายสายอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ หากมีการแจ้งว่าบัญชีมีปัญหา มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ต้องตรวจสอบเงิน หรืออ้างว่าต้องโอนเงินเพื่อยืนยันตัวตนและตรวจสอบบัญชี ให้หยุดการสนทนาและตรวจสอบกับหน่วยงานนั้นโดยตรงผ่านช่องทางที่เป็นทางการจำไว้ว่า “เจ้าหน้าที่จริง ไม่มีนโยบายให้ประชาชนโอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี หรือโอนเงินเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์”
หากพบสายโทรศัพท์หรือข้อความต้องสงสัย อย่ารีบโอนเงิน อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวและอย่าทำตามคำสั่งของคนแปลกหน้า ควรตั้งสติ ตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัด และปรึกษาคนในครอบครัวก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
Loading...