DSI–อัยการสอบสวน เปิดประชุมนัดแรก คดีอั้งยี่–ฟอกเงิน สว. เดินหน้าทบทวนสำนวนตามคำสั่งอัยการคดีพิเศษ
1 min read
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับพนักงานอัยการสำนักงานการสอบสวน เปิดห้องประชุมหารือความคืบหน้าคดีอั้งยี่–ฟอกเงิน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นนัดแรก ภายหลังอัยการคดีพิเศษมีคำสั่งตีกลับสำนวน ระบุให้สอบสวนเพิ่มเติม โดยย้ำให้พิจารณาพฤติการณ์บุคคล 7 กลุ่ม ตามข้อเสนอแนะของอัยการคดีพิเศษ พร้อมนำพยานหลักฐานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาประกอบการพิจารณา ยืนยันการสอบสวนไม่เคยชะลอ แม้ก่อนหน้านี้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาล็อตแรกแล้ว 8 ราย
กรณีดังกล่าว สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีพิเศษ 1 สำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีหนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 คืนสำนวนคดีพิเศษที่ 24/2568 คดีอั้งยี่–ฟอกเงิน สว. พร้อมคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ให้จัดทำสำนวนใหม่ โดยรวมผู้ต้องหา 8 รายที่สั่งฟ้องไปก่อนหน้า เข้ากับกลุ่มผู้ร่วมกระทำความผิดอื่นอีก 7 กลุ่มในสำนวนเดียวกัน ให้นำพยานหลักฐานจากสำนวนไต่สวนของ กกต. มาประกอบการสอบสวนให้นำเอกสารการเปิดบัญชีและความเคลื่อนไหวทางบัญชีธนาคารของเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาพิจารณาให้สอบสวนเพิ่มเติมตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของกลุ่สว.สำรองให้ดำเนินการสอบสวนจนสิ้นกระแสความ
ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุมชั้น 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ มีการประชุมร่วมระหว่างคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษกับพนักงานอัยการสำนักงานการสอบสวน เพื่อหารือแนวทางดำเนินการตามคำสั่งอัยการคดีพิเศษ โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

แหล่งข่าวจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเปิดเผยภายหลังการประชุมว่า การหารือครั้งนี้เป็นการวางกรอบการดำเนินงานตามคำแนะนำของอัยการคดีพิเศษ โดยเฉพาะการสอบปากคำพยานใน 7 กลุ่ม และการพิจารณาพฤติการณ์ของแต่ละกลุ่มว่ามีความเชื่อมโยงกับพยานหลักฐานอย่างไร พร้อมยืนยันว่าการสอบสวนยังคงดำเนินต่อเนื่อง ไม่ได้หยุดลงแม้จะมีการสั่งฟ้องผู้ต้องหากลุ่มแรกไปแล้ว


ทั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนจะนำพยานหลักฐานจาก กกต. ในคดีฮั้วเลือก สว. มาประกอบการพิจารณาควบคู่กัน และในส่วนของหนังสือร้องขอความเป็นธรรมจากทั้ง สว.สำรอง และ สว.ตัวจริง จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเตรียมเชิญเข้ามาให้ข้อมูล หรือเสนอรายชื่อพยาน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนในลำดับต่อไป