CIB เปิดปฏิบัติการ “Thailand–Korea Breaking Chains EP.2” ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกาหลีใต้ ยึดอุปกรณ์เพียบในบ้านหรูย่านรามอินทรา
1 min read
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เปิดปฏิบัติการ “Thailand–Korea Breaking Chains EP.2” เข้าตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้ได้รวม 11 ราย หลังพบตั้งฐานปฏิบัติการคอลเซ็นเตอร์หลอกเหยื่อในประเทศต้นทาง
การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างตำรวจไทยและเจ้าหน้าที่จากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย รวมถึงตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หลังมีการสืบสวนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาหลบหนีมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และเข้ามาเช่าบ้านหรูในย่านรามอินทรา ใช้เป็นออฟฟิศคอลเซ็นเตอร์



จากการเข้าตรวจค้น พบภายในบ้านถูกดัดแปลงเป็นสำนักงาน มีการจัดโต๊ะทำงาน 11 จุด พร้อมอุปกรณ์ครบชุด ทั้งคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ระบบ VoIP เราเตอร์อินเทอร์เน็ต และเอกสารสคริปต์สำหรับใช้หลอกลวง โดยมีทั้งรายชื่อเหยื่อชาวเกาหลีใต้ และเอกสารปลอมแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เช่น อัยการ
เบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาใช้วิธีโทรผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (VoIP) ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โทรข่มขู่เหยื่อว่ามีคดีความ ก่อนหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีของกลุ่มขบวนการ
เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางสำคัญได้จำนวนมาก ได้แก่ โทรศัพท์ VoIP และคอมพิวเตอร์ 11 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 33 เครื่อง เอกสารสคริปต์และข้อมูลเหยื่อจำนวนมาก
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดรับว่าลักลอบเข้ามาทำงานในประเทศไทยโดยไม่มีใบอนุญาต จึงถูกแจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์อุปกรณ์และข้อมูลดิจิทัล เพื่อขยายผลเชื่อมโยงคดีในประเทศเกาหลีใต้ โดยเบื้องต้นยังไม่พบผู้เสียหายในประเทศไทย
ตำรวจสอบสวนกลางเตือนประชาชนให้ระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยย้ำว่า หน่วยงานรัฐไม่มีนโยบายโทรศัพท์แจ้งข้อกล่าวหาหรือเรียกให้โอนเงิน หากพบลักษณะดังกล่าวให้วางสายทันที และตรวจสอบกับหน่วยงานทางการโดยตรง เพื่อป้องกันความเสียหาย