“โทน บางแค” นำทีมเซียนพระร้องนายกฯ ขอความเป็นธรรม ถูกบิ๊กตำรวจชี้นำสังคม-หวั่นโดนยัดข้อหา ทำธุรกิจพัง
1 min read
เมื่อเวลา 10:00 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ทำเนียบรัฐบาล นายโทนทอง สุขแก่น หรือ “โทน บางแค” อายุ 43 ปี เซียนพระชื่อดัง พร้อมกลุ่มเซียนพระ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเป็นธรรม หลังได้รับผลกระทบจากการถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง “มาดามเก่ง” รวมถึงกรณีเซียนพระบางรายถูกทำร้ายร่างกายแต่คดีไม่มีความคืบหน้า
นายโทนทอง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยร้องเรียนต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เกี่ยวกับพฤติกรรมของนายตำรวจระดับสูงรายหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อพิพาททางหนี้สิน แต่นายตำรวจคนดังกล่าวกลับให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อต่าง ๆ ในลักษณะชี้นำสังคม กล่าวหาว่าตนเป็นคนคดโกง เป็น “โจรกระจอก” และเตือนประชาชนว่าการซื้อขายพระกับตนอาจเข้าข่ายฟอกเงินหรือรับของโจร พฤติกรรมดังกล่าวทำให้สังคมตัดสินตนไปแล้ว ทั้งที่เมื่อตนไปแสดงตัวกับพนักงานสอบสวน กลับยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างรุนแรงจนไม่มีใครกล้าซื้อขายด้วยเพราะกลัวความผิด ทั้งที่ตนประกอบอาชีพสุจริต


“ตนรู้สึกไม่สบายใจและเกรงว่าจะมีการใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการมิชอบ จึงมาร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน ก.ตร. เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมของนายตำรวจรายนี้ รวมถึงตรวจสอบการดำเนินคดีว่าโปร่งใสและเป็นธรรมหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเคยยื่นขอเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบสำนวนคดีเนื่องจากเป็นคู่กรณีกัน แต่เรื่องกลับเงียบหาย จึงกังวลว่าจะถูกยัดข้อหา ทั้งนี้ ทราบว่านายกรัฐมนตรีมีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องพระเครื่องเช่นกัน จึงหวังว่าจะได้รับความเมตตาและให้ความเป็นธรรม” นายโทนทอง กล่าว
สำหรับรายละเอียดข้อพิพาทเดิม นายโทนทองขอปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าตนไม่ใช่กลุ่ม “9 เซียนพระ” ที่ถูกแถลงจับกุม และขอความเห็นใจอย่าเหมารวมกลุ่มเซียนพระทั้งหมด ปัจจุบันตนยังคงเดินหน้าทำมาหากินเพื่อนำเงินไปชดใช้หนี้สินต่อไป
ด้าน “หนุ่ม นครปฐม” อีกหนึ่งเซียนพระที่ร่วมเดินทางมา เปิดเผยว่า ตนเคยมาร้องเรียนกรณีถูกทำร้ายร่างกายจนเลือดออกในสมองและกลายเป็นเนื้องอก ซึ่งปมเหตุมาจากเรื่องหนี้สินที่เชื่อมโยงกับคู่กรณีในข่าว แต่คดีที่แจ้งไว้ที่ สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี ผ่านมาเกือบปีกลับไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่มีลักษณะของการวางแผนไตร่ตรองไว้ก่อน จึงอยากขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ด้วย
ขณะที่ “เจน ปิยะทัต” ชี้แจงกรณีถูกโยงขบวนการฉ้อโกงว่า แท้จริงแล้ว “มาดามเก่ง” เป็นหนี้ตนอยู่ 65 ล้านบาทจากการซื้อขายพระ ซึ่งมีการสั่งจ่ายเช็คให้ตนแล้ว แต่มาดามเก่งกลับนำพระไปขายต่อให้เซียนพระอีก 2 รายแบบครึ่งราคา และรับเงินมาแล้วแต่ไม่ยอมนำมาจ่ายให้ตน จนกลายเป็นเช็คเด้ง ซ้ำยังพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงนำเช็คของเซียนพระอีก 2 รายมาอ้างเป็นเช็คค้ำประกันเพื่อเปลี่ยนคดีอาญาให้เป็นคดีแพ่ง ซึ่งตนยอมรับไม่ได้จึงต้องมาร้องขอความเป็นธรรม
นอกจากนี้ “คุณนัท แฟนพันธุ์แท้จตุคามฯ” ได้กล่าวเสริมว่า มีรุ่นน้องอีก 2 คนที่ถูกคุมขังในเรือนจำคดีเช็คเด้ง ซึ่งถูกกระทำในลักษณะคล้ายกับโทน บางแค คือคู่กรณีไม่ยอมถอนแจ้งความตามสัญญา บีบบังคับให้โอนบ้าน และทำร้ายร่างกาย ซึ่งตนจะให้รุ่นน้องเขียนจดหมายเล่าความจริงจากในเรือนจำเพื่อนำมาร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีในภายหลัง

