เสาร์. พ.ค. 30th, 2026

ข่าวชัด Khaochad.co.th

ข่าวสารฉับไว ชัดตรงประเด็น สื่อความมั่นคงของชาติ

แค่ทวงทอง กลับถูกฟ้อง! ผู้เสียหายออมทองรวมพลัง ดันสอบคดีพิเศษ

1 min read

อุบลราชธานี – จากกรณีที่มีประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาร้องเรียนว่าได้รับความเสียหายจากการเข้าร่วม “ออมทอง” กับผู้ประกอบการรายหนึ่ง โดยมีการชักชวนให้ออมเงินเป็นงวด ๆ ด้วยความคาดหวังว่าจะได้รับทองคำตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ แต่เมื่อถึงกำหนดกลับพบว่าไม่ได้รับทองตามข้อตกลง ขณะที่บางรายแม้พยายามติดตามทวงถามขอรับทองหรือขอเงินคืน ก็ไม่ได้รับการชำระคืนครบถ้วน ทำให้ผู้เสียหายจำนวนมากเริ่มรวมตัวออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม

จากข้อเท็จจริงเบื้องต้น ผู้เสียหายหลายรายอยู่กันคนละจังหวัด บางรายสูญเงินตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาท และเมื่อพิจารณารูปแบบพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น พบว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกันในหลายพื้นที่ ผู้เสียหายบางส่วนจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในท้องที่ของตน รวมถึงยื่นเรื่องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองบังคับการปราบปราม และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ภายหลังผู้เสียหายบางรายออกมาใช้สิทธิร้องเรียนตามกระบวนการกฎหมาย รวมถึงให้ข้อมูลต่อสาธารณะเกี่ยวกับความเสียหายที่ตนได้รับ กลับเกิดกรณีการแจ้งความดำเนินคดีตอบโต้ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ทำให้จากสถานะ “ผู้เสียหาย” กลายเป็น “ผู้ต้องหา” ในอีกคดีหนึ่ง

ล่าสุด ที่สถานีตำรวจภูธรเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี มีผู้เสียหายหลายรายต้องเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา แม้คดีต้นทางที่ตนแจ้งความร้องทุกข์จะอยู่คนละพื้นที่ก็ตาม สร้างภาระทั้งในเรื่องค่าใช้จ่าย เวลา และภาระในการต่อสู้คดี โดยเฉพาะผู้เสียหายบางรายที่อยู่ต่างจังหวัดหรือพำนักอยู่ต่างประเทศ

นายสุวรรณ บัวโรย ผู้ชำนาญการประจำตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้ประสานงานช่วยเหลือผู้เสียหาย เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น พบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวจำนวนมากกระจายอยู่หลายพื้นที่ทั่วประเทศ และมีผู้ที่ถูกแจ้งความตอบโต้ในลักษณะเดียวกันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายสุวรรณ ระบุว่า ขณะนี้กำลังเร่งประสานรวบรวมผู้เสียหายให้รวมตัวกันอย่างเป็นระบบ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริง และข้อมูลความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เนื่องจากเห็นว่าหากเป็นเหตุการณ์ที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก มีรูปแบบพฤติการณ์คล้ายคลึงกัน และเกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง การแยกดำเนินคดีเป็นรายบุคคลอาจทำให้ประชาชนต้องต่อสู้คดีอย่างกระจัดกระจายและเข้าถึงความยุติธรรมได้ยาก

“หากผู้เสียหายต่างคนต่างดำเนินการเพียงลำพัง ก็อาจกลายเป็นภาระมหาศาล ทั้งต้องแจ้งความเอง ต่อสู้คดีเอง และบางรายยังต้องเผชิญคดีตอบโต้กลับ ทั้งที่ออกมาเรียกร้องสิทธิของตนเอง จึงจำเป็นต้องรวมกลุ่มเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นภาพรวมของข้อเท็จจริงทั้งหมด” นายสุวรรณกล่าว

ทั้งนี้ นายสุวรรณเตรียมผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่า กรณีดังกล่าวมีคุณสมบัติเข้าหลักเกณฑ์การพิจารณาเป็น คดีพิเศษ หรือไม่ เพื่อให้เกิดการสืบสวนสอบสวนอย่างเป็นระบบ ครอบคลุม และเป็นธรรมต่อผู้เสียหายทุกฝ่าย

อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวน และข้อเท็จจริงทั้งหมดจะต้องได้รับการพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป.

Loading…

ใส่ความเห็น

You may have missed

Copyright © All rights reserved. | Newsphere by AF themes.