ระทึกบางแสน! คนร้าย 2 รายบุกวางเพลิงหลังบ้านคาเฟ่กลางดึก เจ้าของเผยถูกข่มขู่ต่อเนื่องกว่า 5 ครั้ง
1 min read
เมื่อเวลาประมาณ 01.48 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เกิดเหตุคนร้ายบุกวางเพลิงบริเวณประตูด้านหลังบ้านเลขที่ 46/36 ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยและเปิดเป็นคาเฟ่ขนาดเล็กให้บริการเฉพาะวันหยุด
ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้อย่างชัดเจน โดยพบชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามายังบริเวณด้านหลังบ้าน ก่อนที่หนึ่งในผู้ก่อเหตุจะลงจากรถ พร้อมถือวัตถุบางอย่างเดินเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ จากนั้นเกิดเปลวไฟลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ทั้งสองจะเร่งหลบหนีออกจากพื้นที่
เจ้าของบ้านเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยถูกคุกคามมาแล้วหลายครั้ง โดยมีผู้ไม่หวังดีนำประทัดขนาดใหญ่หรือประทัดยักษ์มาจุดบริเวณใกล้บ้านรวมไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง แต่ไม่เคยเกิดเหตุรุนแรงถึงขั้นวางเพลิงเหมือนครั้งนี้

จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้พื้นที่พักอาศัย ต้นไม้ และทรัพย์สินภายในบ้าน หากเพลิงลุกลามอาจสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัยอย่างร้ายแรง อย่างไรก็ตาม โชคดีที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ทัน ก่อนจะลุกลามเข้าสู่ตัวบ้าน
หลังเกิดเหตุ เจ้าของบ้านได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.แสนสุข พร้อมมอบภาพจากกล้องวงจรปิดและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐาน ภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงเส้นทางหลบหนีของผู้ก่อเหตุ เพื่อเร่งสืบสวนและติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนดำเนินคดี
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นบุคคลหรือรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยในช่วงเวลาประมาณ 01.30-02.00 น. ของวันที่ 1 มิถุนายน 2569 บริเวณพื้นที่สามมุก-บางแสน สามารถแจ้งข้อมูลไปยัง สภ.แสนสุข เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนของเจ้าหน้าที่
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พบกับ นายภูวนาถ กาศสกุล อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ในนามพรรคอนาคตใหม่ เมื่อปี 2562 ซึ่งเป็นผู้โพสต์เรื่องราวและเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว โดยพาไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบยางรถยนต์มีร่องรอยถูกเผาไหม้ รวมถึงใบไม้ภายในสวนที่มีรอยไฟลุกลามหลายจุด
นายภูวนาถ เปิดเผยว่า มีผู้พยายามโยงเหตุการณ์ครั้งนี้เข้ากับประเด็นทางการเมือง แต่ตนมองว่าไม่น่าเกี่ยวข้อง เนื่องจากหลังการเลือกตั้งปี 2562 ไม่ได้เข้าไปมีบทบาททางการเมืองอีก มีเพียงการแสดงความคิดเห็นและวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมืองเป็นครั้งคราวเท่านั้น

ส่วนตัวเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งภายในหมู่บ้าน หรือปัญหาส่วนตัวมากกว่า โดยเฉพาะกรณีข้อพิพาทเรื่องกำแพงทางเข้าโครงการ ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา และได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว
“ผมอยากให้ทุกอย่างจบในกระบวนการยุติธรรม หากมีข้อพิพาทก็ควรให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน ไม่ใช่มาใช้วิธีศาลเตี้ยแบบนี้ สิ่งที่ผมต้องการคือความยุติธรรม” นายภูวนาถ กล่าว

