ผู้ค้าจี้ กขค. เร่งตรวจสอบ TikTok-Lazada-Shopee ปมล็อกขนส่ง–ค่าธรรมเนียมพุ่ง หวั่นต้นทุนซ้ำเติมรายย่อย
1 min read
เศรษฐกิจยังฟื้นไม่เต็มที่ ผู้ค้ารายย่อยร้องต้นทุนพุ่งทั้งค่าธรรมเนียมและค่าบริการ ขณะที่ข้อจำกัดด้านการเลือกบริษัทขนส่งยังเป็นปัญหา จี้ กขค. เร่งตรวจสอบ TikTok, Lazada และ Shopee หวั่นกระทบกำไร การจ้างงาน และผู้บริโภค
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่กำลังซื้อของประชาชนยังเปราะบาง ผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์จำนวนมากกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งยอดขายที่ชะลอตัว ต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าธรรมเนียมและค่าบริการต่าง ๆ บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ซึ่งผู้ประกอบการระบุว่าส่งผลให้กำไรลดลงและบริหารต้นทุนได้ยากขึ้น
อีกหนึ่งประเด็นที่ยังถูกจับตาคือข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการจำกัดทางเลือกด้านการขนส่ง โดยผู้ประกอบการบางส่วนระบุว่า ไม่สามารถเลือกหรือเปลี่ยนผู้ให้บริการขนส่งได้ตามความเหมาะสมของธุรกิจ ทำให้ต้องใช้บริการตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม และอาจส่งผลต่อต้นทุนรวมถึงประสิทธิภาพการจัดส่ง
วันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เข้ายื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าต่อสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของแพลตฟอร์ม TikTok, Lazada และ Shopee จากกรณีที่ผู้ร้องเรียนตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจำกัดทางเลือกด้านการขนส่ง โดยเห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวควรได้รับการตรวจสอบว่าเข้าข่ายขัดต่อหลักการแข่งขันทางการค้าหรือไม่

ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังสำนักงาน กขค. ประกาศแนวทางกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569 โดยมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการไม่กีดกันการแข่งขัน การไม่บังคับให้ผู้ประกอบการใช้บริการของตนเอง และการป้องกันพฤติกรรมที่อาจเอาเปรียบผู้ประกอบการ
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการที่เข้ายื่นเรื่องระบุว่า แม้แนวทางดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ปัญหาเกี่ยวกับการเลือกผู้ให้บริการขนส่งยังคงเกิดขึ้น โดยบางรายระบุว่าการขอเปลี่ยนบริษัทขนส่งทำได้ยากหรือไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลให้ร้านค้าต้องแบกรับต้นทุนและข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจ
ประเด็นดังกล่าวไม่ได้ถูกมองว่าเป็นปัญหาเฉพาะร้านค้าออนไลน์เท่านั้น เพราะผู้ประกอบการในธุรกิจขนส่งบางส่วนกังวลว่า หากการแข่งขันด้านบริการขนส่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่ บริษัทที่ไม่ได้รับโอกาสในการแข่งขันอาจมีปริมาณงานลดลง และอาจกระทบต่อการจ้างงานในอุตสาหกรรมในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังสะท้อนว่า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอาจส่งต่อไปยังผู้บริโภค หากร้านค้าไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นได้ อาจต้องปรับราคาสินค้า ลดการจัดโปรโมชั่น หรือยอมรับกำไรที่ลดลงเพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอด
นายอนันต์ชัยยังตั้งข้อสังเกตว่า หากการแข่งขันในตลาดลดลง ขณะที่ผู้ประกอบการมีทางเลือกในการบริหารต้นทุนจำกัด อาจส่งผลกระทบต่อทั้งร้านค้า ผู้ให้บริการขนส่ง และผู้บริโภค จึงควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านว่าเงื่อนไขและพฤติกรรมของแพลตฟอร์มที่ถูกร้องเรียนนั้นเข้าข่ายจำกัดการแข่งขันหรือไม่
สำหรับการยื่นหนังสือครั้งนี้ นายธีรวัฒน์ ทิพย์รัตน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เป็นผู้แทนสำนักงาน กขค. รับหนังสือร้องเรียนและข้อมูลจากผู้ประกอบการ เพื่อนำไปตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการของกฎหมายการแข่งขันทางการค้า

ผู้ร้องขอให้ กขค. ตรวจสอบพฤติกรรมของแพลตฟอร์มที่ถูกร้องเรียนว่าเข้าข่ายจำกัดการแข่งขัน หรือกำหนดเงื่อนไขที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยหรือไม่ รวมถึงขอให้ดำเนินการตามกฎหมาย หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำที่ไม่เป็นธรรมในตลาดอีคอมเมิร์ซ
ท้ายที่สุด ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้จึงอยู่ที่การตรวจสอบของ กขค. ว่า ข้อร้องเรียนเรื่องการจำกัดทางเลือกด้านขนส่งและภาระต้นทุนที่ผู้ประกอบการกล่าวถึงนั้น มีข้อเท็จจริงและเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าหรือไม่ รวมถึงมาตรการที่จะออกมาเพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาดแพลตฟอร์มดิจิทัล
