“ศรีสุวรรณ” บุก กกต. จี้เอาผิดอดีตหัวหน้าพรรคกล้าธรรม-กรรมการทั้งชุด ปมรับรองผู้สมัคร สส. ขาดคุณสมบัติ
1 min read
ศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกร้องให้ตรวจสอบและดำเนินคดีต่ออดีตหัวหน้าพรรคกล้าธรรม คณะกรรมการสรรหา และคณะกรรมการบริหารพรรคทั้งชุด กรณีให้การรับรองผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช ทั้งที่ผู้สมัครเคยมีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต ซึ่งเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง
วันนี้ (17 ส.ค. 2569) เวลา 10.00 น. นายศรีสุวรรณ ในฐานะผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางเข้ายื่นคำร้องที่สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการ อาคาร B ขอให้ตรวจสอบการกระทำของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด จากกรณีพรรคมีมติส่ง นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ถึง 2 ครั้ง ทั้งการเลือกตั้งซ่อมปี 2568 และการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 แม้จะมีข้อโต้แย้งเรื่องคุณสมบัติมาตั้งแต่ต้น
คำร้องระบุว่า นายก้องเกียรติเคยถูกศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีพิพากษาในคดีลักทรัพย์เมื่อปี 2542 ซึ่งเป็นคำพิพากษาถึงที่สุด และอาจเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.
ต่อมา กกต.มีคำวินิจฉัยตัดสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งของนายก้องเกียรติทั้ง 2 ครั้ง ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2569 ไม่รับคำร้องที่ขอให้วินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว ทำให้ประเด็นเรื่องคุณสมบัติถือว่าสิ้นสุดลง

อย่างไรก็ตาม นายศรีสุวรรณตั้งข้อสังเกตว่า แม้ กกต.จะมีคำวินิจฉัยแล้ว แต่ยังไม่ปรากฏความคืบหน้าในการดำเนินคดีต่อผู้ที่ลงนามรับรองผู้สมัคร รวมถึงคณะกรรมการสรรหาและคณะกรรมการบริหารพรรคในขณะนั้น ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 หากรับรองบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง
นายศรีสุวรรณระบุว่า ความผิดดังกล่าวมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี พร้อมเรียกร้องให้ กกต.เร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยย้ำว่าไม่ควร “เกียร์ว่าง” เพราะอาจถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมยืนยันว่าคดีนี้ควรเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการกำกับมาตรฐานการรับรองผู้สมัครของพรรคการเมืองทุกพรรคในอนาคต.

