“นครปฐม” ลูกเรียนโขน แม่เรียนนาฏศิลป์ วันหยุดที่มากกว่าการกินเที่ยว วัดไผ่ล้อมสร้างคอมมูนิตี้สืบสานวัฒนธรรมไทย
1 min read
นครปฐม – ในวันที่หลายครอบครัวเลือกใช้เวลาวันหยุดไปกับการท่องเที่ยว ชิมอาหาร หรือเดินห้างสรรพสินค้า ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่กำลังสร้างรอยยิ้ม ความอบอุ่น และปลูกฝังคุณค่าทางวัฒนธรรมให้เกิดขึ้นในครอบครัว ณ วัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม
ทุกเช้าวันอาทิตย์ บริเวณลานน้ำตกภายในวัด จะเต็มไปด้วยภาพของเด็กและเยาวชนในชุดเสื้อสีขาวนุ่งผ้าโจงกระเบนสีแดง ฝึกท่ารำและโขนอย่างอ่อนช้อย ท่ามกลางเสียงดนตรีไทยที่บรรเลงก้องไปทั่วบริเวณ สร้างบรรยากาศที่งดงามและหาชมได้ยากในยุคปัจจุบัน
โครงการเรียน โขนและนาฏศิลป์ไทยฟรี แห่งนี้ เกิดจากความร่วมมือของ พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง ร่วมกับ อาจารย์สุดสงวน ทองมา ประธานชมรมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย พร้อมคณะครูผู้เชี่ยวชาญ เปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้เรียนรู้ศาสตร์ชั้นสูงของแผ่นดินโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อร่วมสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน Soft Power สำคัญของประเทศไทย


แม้โครงการจะเพิ่งเริ่มต้นเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับมากกว่าการเรียนการสอนศิลปะไทย เพราะพื้นที่แห่งนี้ได้กลายเป็น “คอมมูนิตี้ของครอบครัว” อย่างแท้จริง
หลายครอบครัวพาลูกหลานมาเรียนโขน ขณะที่ผู้ปกครองไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉย ๆ แต่เลือกสมัครเรียนนาฏศิลป์ไปพร้อมกัน จนเกิดภาพน่าประทับใจของ “ลูกเรียนโขน…แม่เรียนนาฏศิลป์” ทุกสัปดาห์ ทำให้วันหยุดกลายเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ร่วมกันของคนทั้งครอบครัว พร้อมทั้งเป็นพื้นที่พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองและชุมชน
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับความตั้งใจของหลวงพี่น้ำฝน ที่ต้องการให้วัดเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับประชาชนอย่างแท้จริง เป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ การอนุรักษ์วัฒนธรรม และการสร้างคุณค่าร่วมของสังคมทุกช่วงวัย
อาจารย์วัลลภา วงศ์ศักดิรินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและส่งเสริมสุขภาวะนักเรียน โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศิลปากร (มัธยมศึกษา) และมารดาของ ด.ญ.เนติมา วงศ์ศักดิรินทร์ กล่าวว่า เดิมตั้งใจพาบุตรสาวมาเรียนโขน เพราะเห็นว่าเป็นศาสตร์ชั้นสูงที่ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างจริงจัง แต่เมื่อมารอรับลูกทุกสัปดาห์ จึงตัดสินใจสมัครเรียนนาฏศิลป์ด้วยตัวเอง ทำให้เวลาที่เคยเป็นเพียงการรอคอย กลายเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง พร้อมชื่นชมวัดไผ่ล้อมที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงศิลปวัฒนธรรมไทยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ด้าน ดร.ธิดารัตน์ สืบญาติ อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม กล่าวว่า การเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้เรียนโขนและนาฏศิลป์ไทย นอกจากจะช่วยอนุรักษ์มรดกของชาติแล้ว ยังช่วยฝึกสมาธิ ความอดทน และระเบียบวินัยให้กับผู้เรียน พร้อมขอบคุณหลวงพี่น้ำฝนที่เล็งเห็นความสำคัญของการสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย และผลักดันให้เกิดโครงการที่สร้างประโยชน์แก่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม

จากลานน้ำตกภายในวัด สู่พื้นที่แห่งการเรียนรู้ของคนทุกวัย วันนี้วัดไผ่ล้อมไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่กำลังกลายเป็นต้นแบบของการสร้าง “คอมมูนิตี้วัฒนธรรม” ที่ทำให้วันหยุดของหลายครอบครัว มีคุณค่ามากกว่าการพักผ่อน เพราะเป็นวันที่ได้เรียนรู้ เติบโต และร่วมกันสืบสานสมบัติอันล้ำค่าของชาติไทย
