ปูดข้อมูล! ชาวบ้านจะแนะเจ็บจากกระสุน อ้าง M16A2 ทหารยศจ่ายิงจากเฮลิคอปเตอร์ ฉก.นราธิวาสโต้ทันควัน ยันไม่มีอาวุธบน ฮ.
1 min read
เกิดข้อถกเถียงกรณีชายวัย 21 ปี ชาวอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนในคืนเกิดเหตุความไม่สงบ 40 จุด ครอบคลุม 13 อำเภอ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 หลังมีรายงานอ้างแหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงว่า กระสุนอาจมาจากปืน M16A2 ของทหารยศจ่าบนเฮลิคอปเตอร์ ก่อนหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสออกแถลงการณ์ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง
กรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับนายซอและ ดือเลาะ อายุ 21 ปี ซึ่งระบุว่า ขณะเกิดเหตุได้ยกมือแสดงตัว ก่อนถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ที่บินต่ำเหนือพื้นที่ ต่อมามีรายงานอ้างแหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงว่า อาวุธที่ใช้ยิงอาจเป็นปืนเล็กยาว M16A2 ขนาด 5.56 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายของเจ้าหน้าที่ทหารยศจ่า ไม่ใช่ปืนกล M60 ที่ติดตั้งกับตัวอากาศยาน
รายงานดังกล่าวอ้างถึงร่องรอยบนพื้นถนนและคลิปเสียงปืนที่ชาวบ้านบันทึกไว้ โดยระบุว่าแนววิถีกระสุนอาจมาจากด้านบน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลส่วนนี้ยังไม่มีข้อยืนยันอย่างเป็นทางการ และต้องรอผลตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์

หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสระบุว่า บนอากาศยานมีเจ้าหน้าที่ 4 นาย ประกอบด้วยนักบิน นักบินผู้ช่วย นายทหารฝ่ายอำนวยการ และช่างเครื่อง โดยไม่มีผู้ใดนำอาวุธประจำกายขึ้นไปบนเฮลิคอปเตอร์ และไม่มีทหารยศจ่าทำการยิงตามที่ถูกกล่าวหา



ล่าสุด หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ข่าวที่ระบุว่าทหารยศจ่าใช้ปืน M16A2 ยิงกลุ่มวัยรุ่นจากเฮลิคอปเตอร์ในพื้นที่อำเภอจะแนะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง พร้อมยืนยันว่า ภารกิจทางอากาศในคืนวันที่ 22 สิงหาคม เป็นเพียงการลาดตระเวนและตรวจการณ์เพื่อสนับสนุนกำลังภาคพื้นดินเท่านั้น
สำหรับภาพร่องรอยบนพื้นถนน หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสชี้แจงว่า เป็นภาพที่ถูกบันทึกก่อนเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างเป็นทางการ จึงไม่ควรสรุปว่าเป็นรอยกระสุนจากเฮลิคอปเตอร์จนกว่ากระบวนการตรวจพิสูจน์จะแล้วเสร็จ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้ว 28 จุดใน 6 อำเภอ จากทั้งหมด 40 จุด ส่วนอีก 12 จุดใน 7 อำเภออยู่ระหว่างเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน
ด้านเส้นทางรถไฟระหว่างสถานีมะรือโบกับสถานีตันหยงมัส ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุลอบวางระเบิด ได้รับการซ่อมแซมแล้ว และเปิดให้ขบวนรถไฟ 14 ขบวนกลับมาให้บริการตามปกติ



ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่มาของกระสุนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยต้องรอผลจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยต่อไป