“ทนายตั้ม ร้องสอบ “มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้” จี้ดูเส้นทางเงินบริจาค–การจัดซื้อ
1 min read
นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” นำเอกสารเข้ายื่นต่อนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ขอให้ตรวจสอบการดำเนินงานของ “มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้” โดยเฉพาะการบริหารเงินบริจาค การจัดซื้อจัดหา และการใช้จ่ายเงินภายในมูลนิธิ หลังระบุว่าได้รับข้อมูลและข้อสงสัยจากประชาชนจำนวนหนึ่ง
การเดินทางมายื่นหนังสือครั้งนี้ ทนายตั้มมาในลุคที่เรียกความสนใจ ด้วยสูทสีแดงเลือดหมูและติดหนวด พร้อมพูดเชิงล้อเลียนให้เรียกตนเองว่า “ตั้ม จอมพลัง” รวมถึงกล่าวถึงเรื่องการรับบริจาคในเชิงเสียดสี
ทนายตั้มระบุว่า สิ่งที่ต้องการให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบอย่างชัดเจน คือเส้นทางเงินที่เข้าสู่บัญชีของมูลนิธิ ตั้งแต่ยอดเงินที่ได้รับบริจาค เงินที่ถูกเบิกจ่าย ตลอดจนรายละเอียดว่าเงินเหล่านั้นถูกนำไปจัดซื้อสิ่งของหรือใช้ช่วยเหลือประชาชนในด้านใดบ้าง
พร้อมกันนี้ ทนายตั้มยังอ้างว่า ได้รับข้อมูลจากบุคคลที่ระบุว่าใกล้ชิดกับกัน จอมพลัง เกี่ยวกับการจัดซื้อสิ่งของผ่านบริษัทคนกลาง โดยตั้งข้อสงสัยเรื่องราคาซื้อขายและส่วนต่างที่อาจเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลส่วนนี้ยังเป็นข้อกล่าวอ้างจากฝ่ายทนายตั้ม และต้องรอการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึง คือกระแสเรื่องบ้านพักของกัน จอมพลัง ที่มีการกล่าวถึงมูลค่าสูงถึงสองร้อยห้าสิบล้านบาท โดยทนายตั้มระบุว่าได้ตรวจสอบข้อมูลบางส่วน และประเมินว่าตัวบ้านอาจไม่ได้มีราคาสูงถึงตัวเลขดังกล่าว แต่อาจมีมูลค่าจากการตกแต่งเพิ่มเติม พร้อมมองว่าประเด็นนี้สามารถนำไปตรวจสอบเพื่อให้เกิดความชัดเจนได้
นอกจากนี้ ทนายตั้มระบุว่า ในสัปดาห์หน้ามีแผนจะเดินทางไปยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อขอให้ตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของมูลนิธิต่อไป
ส่วนการออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ ทนายตั้มยืนยันว่าไม่ได้มีการประสานงานกับบุคคลหลายฝ่ายตามที่ถูกตั้งข้อสังเกต โดยระบุว่ามีเพียงทนายเดชาที่มีการพูดคุยและส่งข้อมูลข่าวสารกัน ส่วนบุคคลอื่นที่ออกมาเคลื่อนไหวหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกัน จอมพลังนั้น ตนไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว
สำหรับกรณี “กลุ่มไลน์สิบสองคน” ทนายตั้มอ้างว่าได้รับข้อมูลว่าเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดการตั้งพรรคการเมือง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความสัมพันธ์ของบุคคลภายในกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังเป็นข้อกล่าวอ้างและการตั้งข้อสังเกตของทนายตั้ม ซึ่งผู้ถูกพาดพิงยังมีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริง
ขณะเดียวกัน ทนายตั้มยังกล่าวถึงเหตุการณ์ในอดีต โดยอ้างว่าในช่วงที่ตนกำลังตรวจสอบขบวนการเว็บพนันออนไลน์ที่อาจมีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง กัน จอมพลังเคยโทรศัพท์มาขอให้ตนหยุดเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลบางราย โดยให้เหตุผลว่าเป็นพรรคพวกกัน ซึ่งทนายตั้มมองว่าเรื่องนี้ควรได้รับการตรวจสอบเช่นเดียวกัน
อีกประเด็นที่ทนายตั้มหยิบยกขึ้นมา คือเรื่องโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยเล่าว่า ในอดีตเคยร่วมรับประทานอาหารกับนายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย กัน จอมพลัง และบุคคลอื่นอีกหลายคน และอ้างว่าในวงสนทนามีการพูดถึงธุรกิจลอตเตอรี่ออนไลน์และโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล
ทนายตั้มอ้างว่า กัน จอมพลังเคยเล่าเรื่องการได้รับส่วนต่างจากโควตาสลาก ซึ่งอาจสร้างรายได้ประมาณห้าแสนถึงหนึ่งล้านบาทต่องวด แต่ทนายตั้มยอมรับว่าไม่สามารถจดจำรายละเอียดและตัวเลขบางส่วนได้อย่างชัดเจน
ต่อมา มีกลุ่มผู้พิการและผู้พิการทางสายตาเข้าร้องเรียนกับทนายตั้ม เกี่ยวกับปัญหาโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยทนายตั้มระบุว่า ได้นัดหารือกับนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยและกลุ่มผู้ร้องเรียน เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ด้านนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเดินทางมารับหนังสือ ระบุว่า หลังจากนี้จะนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามขั้นตอน
หากมูลนิธิมีสถานที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร จะมอบหมายให้นายทะเบียนที่เกี่ยวข้องดำเนินการ แต่หากปัจจุบันมูลนิธิตั้งอยู่ในต่างจังหวัด กระทรวงมหาดไทยจะส่งเรื่องไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ เพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป
โดยประเด็นที่จะตรวจสอบ ครอบคลุมทั้งเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง การรับและจ่ายเงิน รวมถึงการดำเนินงานทางการเงินของมูลนิธิ เพื่อให้ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้มีความชัดเจน
ทั้งนี้ หลายประเด็นที่ทนายตั้มเปิดเผยในวันนี้ เป็นข้อมูลจากคำกล่าวอ้างและข้อสงสัยที่นำมายื่นให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบ ยังไม่ถือเป็นข้อยุติว่ามีการกระทำผิด และต้องรอผลการตรวจสอบ รวมถึงคำชี้แจงจากมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้และบุคคลที่ถูกพาดพิงต่อไป