“AURELIAN GROUP” ประกาศบิ๊กดีล 7,000 ล้าน รุกเกษตรแปรรูป–เอทานอล วางแผนปี 70 แตกไลน์มือถือ–อาหาร–เครื่องดื่ม–สื่อ
1 min read“ดร.ณัฐวุฒิ”แห่ง AURELIAN GROUP ทุ่ม 7,000 ล้าน ลงทุนธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป แผนขยายธุรกิจ ปี 70 โทรศัพท์มือถือ NEXORA – ไก่ทอด CHIKORA -กาแฟ AUREVO -ชาเขียว น้ำแร่ธรรมชาติแบรนด์ MIZU-ธุรกิจสื่อ ทีวี PRIME

วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วงการธุรกิจสั่นสะเทือน ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่(MD) แห่ง บจ.AURELIAN GROUP และ บริษัทในเครือ AG ทุ่มเงินลงทุนช้อนซื้อโรงงานเอทานอล ที่มีกำลังผลิตแอลกอฮอล์สูงถึง 1,200,000 ลิตรต่อวัน
ในอำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ที่มีเกษตรกรปลุกมันสำปะหลังมากสุดในไทย บน เนื้อที่ดิน จำนวน 2,460 ไร่ รวมถึงทุมเม็ดเงินลงทุน โรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง ที่มีกำลังผลิตมันสำปะหลัง วันละ 2,000 ตันต่อวัน ที่อำเภอหนึ่งในจังหวัดเดียวกัน เม็ดเงินลงทุน จบดีลที่ 7,000 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวจึงได้โทรศัพท์สอบถาม ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่หรือ MD แห่ง บจ.AURELIAN GROUP และ บริษัทในเครือ AG กล่าวว่า ยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริงและอยู่ระหว่างรอลงนามในสัญญาซื้อขายและชำระเงิน โดยให้ฝ่ายผู้ขายให้ฝ่ายกฎหมายร่างสัญญา ส่วนตนเพียงแค่ลงนาม โดยนำบริษัท เอจี เอทานอล จำกัด บริษัทในเครือ AG เป็นคู่สัญญา เจ้าของเดิมตนนับถือเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง เป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆของประเทศไทย แต่บอกไม่ได้ว่า ท่านประธานอาวุโส ท่านชื่ออะไร เพราะเป็นความลับทางการค้า และในอนาคต ตนยอมให้ท่านประธานอาวุโสที่ตนเคารพซื้อคืนได้ในราคาเดิม ไม่คิดดอกเบี้ย วัดใจกันไปเลย แต่มีเงือนไขหลักต้องสร้างโรงงานเอทานอลที่มีกำลังผลิตเท่ากันและโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังที่ดีที่สุดในไทย ให้โรงงานอยู่ใกล้ๆกัน เพราะอำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา มีเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบมากสุดในประเทศไทย กำลังผลิตแอลกอฮอล์ วันละ 1,200,000 ล้านลิตต่อวัน ถือว่า เป็นโรงงานขนาดใหญ่ บนเนื้อที่ดิน 2,460 ไร่ ทุนหมุนเวียนต่อวันพอควร
ส่วนโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง ก็เป็นของท่านประธานอาวุโส พี่ชายที่เคารพ ที่อำเภอหนองบุญมาก บนเนื้อที่ดิน 1,700 ไร่ มีกำลังผลิตและรีบซื้อมันสำปะหลังสด วันละ 2,000 ตัน ปัจจุบันรับซื่อในราคา 3,000 บาทต่อตัน ใช้ทุนรายวัน 5 ล้านบาท
ทั้งสองแห่งจบดีลกันที่ 7,000 ล้านบาท ตามกระแสข่าวจริง เป็นการขยายธุรกิจครบวงจรธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป โดยแป้งมันสำปะหลัง เป็นกระบวนการหนึ่ง สุดท้าย กระบวนการผลิตสุดท้าย แป้งมันสำปะหลัง จะเป็นส่วนหนี่งผลิตเป็น “อาหารของมนุษย์” ที่ตนทำธุรกิจครบวงจร

AURELIAN GROUP มีแผนลงทุนครบวงจร เป็นการลงทุนธุรกิจในระยะยาว หรือที่เรียกว่าภาษาการเงินว่า “CAPEx”(Capital Expenditure) หรือรายจ่ายเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ระยะยาว โดย บจ.AURELIEN GROUP หรือเรียกชื่อว่า AG บริษัทแม่ ที่บริหารกิจการในกลุ่มธุรกิจ AG ปัจจุบัน จดทะเบียนรวม 43 บริษัท ทุนจะทะเบียน 215 ล้านบาท ชำระค่าหุ้นเต็มจำนวน โดย ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บจ. AURELIAN GROUP ถือหุ้นใหญ่สุด จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทมหาชนจำกัด (บมจ.) ในเร็วๆนี้อยู่ระหว่างให้ฝ่ายบัญชีดำเนินการ
ส่วนการตัดสินใจลงทุนในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป –พลังงาน เป็นการต่อจิ๊กซอของธุรกิจ บจ.AURELIAN GROUP ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ
หลังจากไปประชุมกับท่านประธานอาวุโส ผู้บริหารสูงสุดและเป็นเจ้าของ ไม่อาจเปิดเผยรายชื่อท่านได้ เป็นมหาเศรษฐีเมืองไทย โดยพาเดินชมโรงงานเอทานอล โรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง ในวันที่ 29 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา โดยกรุงเทพมหานครอยู่ในภาวะน้ำท่วมสูง เลยใช้โอกาสนี้ ไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจทางภาคอีสาน
เลือกเป้าหมายจังหวัดนครราชสีมา เดินทางสะดวก สายมอเตอร์เวย์ M6 ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ต่อมาวันที่ 30 กันยายน 2569 ได้นัดหมายคุยต่อรองราคากัน ณ โรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนรัชดาภิเษก จบดีลที่ 7,000 ล้านบาท ทุบสถิติในยุคเศรษฐกิจโลกที่ท้าทาย
รอขั้นตอนตรวจสอบโฉนดทีดินและลงนามในสัญญาซื้อขาย โดยตนให้ฝ่ายผู้ขายเป็นผู้ร่างสัญญา ตนนับถือเจ้าของเหมือนเป็นพี่ชายคนหนึ่งที่เคารพท่านมากๆ แต่วันหนึ่งธุรกิจของ บจ.AURELIEN GROUP ก้าวกระโดดและธุรกิจครบวงจร จึงตัดสินใจลงทุนในธุรกิจอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรมันสำปะหลัง เพราะใช้เป็นส่วนหนึ่งของปัจจัย 4 ของมนุษย์
รวมที่ดินสถานที่ตั้งโรงงานสองแห่ง รวมที่ดิน 4,200 ไร่ เป็นการลงทุนในเมกะโปรเจกต์ในไตรมาส 4/2569 ด้วย CAPEx ของ บจ.AURELIEN GROUP จำนวน 7,000 ล้าน เงินทุนหมุนเวียน 350 ล้านบาทต่อเดือน
ส่วนแผนการลงทุนร้านสะดวกซื้อ หรือ CONVENIENCE STORE แผนการลงทุนในไตรมาส 1/2570 โดย CAPEx ของ บจ.AURELIEN GROUP ลงทุนใน ร้านสะดวกซื้อ ที่เรียกขานว่า “AG ใกล้” แบบมีห้องน้ำ บริการ 24 ชั่วโมง โดยเป้าหมายลงทุนจำนวน 3,000 สาขา ทั้งประเทศ ภายใต้ บริษัท AG ใกล้ จำกัด ด้วย CAPEx จำนวน 51,800 ล้านบาท โดยลดทุนผูกขาด ประชาชนได้ใช้สินค้าในราคาเป็นธรรมใกล้บ้าน ไม่รวมเงินทุนหมุนเวียนต่อวัน โดยมีคลังสินค้าของตนเอง จะเป็นนคู่แข่ง ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven
ส่วนธุรกิจ Food & Beverage หรือธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (Quick Service Restaurant:QSR) ร้านไก่ทอด ชื่อทางการค้า “CHIKOLA” เป็นร้านไก่ทอด ที่สมดุลจากไทยสู่ทุกมุมของโลก CAPEx ของ บจ.AURELIEN GROUP ภายใต้ บจ. AG โกลบอล ฟู้ด แอนด์ เรสเตอรองก์ จำกัด. ลงทุน ร้านไก่ทอด CHIKOLA ทั้งรูปแบบร้าน Stand-alone และร้านจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั้งประเทศในไตรมาส 1/2570 ไม่น้อยกว่า 450 สาขา ทั่วประเทศ ด้วยเงินลงทุน 6,200 ล้านบาท แบ่งออก Stand-alone จำนวน 50 ร้าน ลงทุน 5,000 ล้าน และในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ 1,200 ล้าน บาท ไม่รวมเงินทุนหมุนเวียนต่อวัน จะเป็นคู่แข่งร้านไก่ทอด KFC
ส่วนธุรกิจร้านกาแฟ AUREVO เป็นร้านกาแฟที่เชื่อมโลก….ให้ใกล้กัน พันธ์กาแฟที่หอมกรุ่น CAPEX ของ บจ.AURELIEN GROUP ภายใต้ บจ. AG โกลบอล คอฟฟี่ จำกัด ลงทุนในร้านกาแฟ Stand-alone และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ในปี 2570 ไม่น้อยกว่า 450 สาขา ทั่วไทย ด้วยเงินลงทุน 6,400 ล้านบาท แบ่งออก Stand-alone จำนวน 50 ร้าน ลงทุน 5,000 ล้าน และในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ 1,400 ล้าน บาท ไม่รวมเงินทุนหมุนเวียนต่อวัน จะเป็นคู่แข่ง ร้านกาแฟ Starbucks ที่มาแหล่งที่มาและรสชาติกาแฟจากสหรัฐอเมริกาเช่นกัน โดยสามารถสมัครเป็นสมาชิกและได้รับสิทธิประโยชน์ ผ AUREVO THAILAND
ส่วนธุรกิจเทคโนโลยีและอเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค(Teahnology & Consumer Electroniccs) โดยเฉพาะกลุ่ม สมาร์ตโฟนและอุปกรณ์อัจฉริยะ (Smart Devices)โทรศัพท์มือถือ-แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์พกพา ภายใต้แบรนด์สินค้า NEXORA เป็นระบบปฏิบัติใหม่ เป็นระบบ AI ที่ทันสมัยที่สุด จำหน่ายทั่วโลก
CAPEx ของ บจ.AURELIEN GROUP ภายใต้ บจ. AG คอนเนค จำกัด หลักคิดที่ว่า เชื่อมไทย เชื่อมโลก เจ้าของเป็นคนสัญชาติไทย ด้วยเงินลงทุน 7,000 ล้านบาทต่อปี โดยวางยุทธศาสตร์ในการผลิตในประเทศจีน ในไตรมาส 1/2570 เป้าหมายสร้างฐานผลิต NEXORA ในประเทศไทย โดยอยู่ระหว่างแผนกำหนดเดินทางไปดูโรงงานผลิตปลายเดือนตุลาคม 2569 ที่นครกวางโจ นครเซินเจิ้น และนครฉงฉิ่ง สาธารณรัฐจีน

ส่วนธุรกิจน้ำชาเขียวญี่ปุ่นแท้ – น้ำแร่ธรรมชาติ เป็นนวัตรกรรมใหม่ ภายใต้แบรนด์สินนค้า MIZU โดยแบ่งเป็น MIZU GREEN TEA มี 4 รสชาติ ได้แก่ Original -No Sugar – Honey Lemon -Genmaicha เตรียมวางแผนการผลิตสำหรับฤดูร้อนในไทย จำนวน 100 ล้านขวด โดยผลิต น้ำแร่ธรรมชาติ แบรนด์ MIZU ที่ราคาถูกกว่า Evian โดยคุณภาพเท่ากัน ราคาที่ประชาชนชนชั้นล่างเข้าถึงน้ำแร่ธรรมชาติที่มีคุณภาพได้ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดย CAPEx ของ บจ.AURELIEN GROUP ภายใต้ บจ. AG มิซึ เบเวอเรจ จำกัด ลงทุนโรงงานผลิต 2,500 ล้านบkm(รวมค่าที่ดิน เครื่องจักร) เงินทุนหมุนเวียน 100 ล้านบาทต่อปี ไม่รวมเงินทุนหมุนเวียนต่อวัน
ส่วนธุรกิจสื่อและการสื่อสาร (Media&Communications Business) สำนักข่าวและสื่อดิจิทัล (New&Digital) การผลิตคอนเทนต์(Content Production) สื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์(Advertising & PR). CAPEx ของ บจ.AURELIEN GROUP ภายใต้ บจ. ไทย ไพรม์ มีเดีย กรุ๊ปจำกัด เงินลงทุน 1,600 ล้านบาท โดยลงทุนอาคารและสำนักงานใหญ่/ใบอนุญาต กสทช/สตูดิโอ/บุคลากร/ กองบรรณาธิการ/ผู้ประกาศข่าว/ทีมผลิต เงินทุนหมุนเวียน 12-24 เดือน เงินลงทุนไม่น้อยกว่า 1,600 ล้านบาท ไม่รวมค่าซื้อที่ดินและสร้างอารสำนักข่าว Thai Prime โดยมีผังองค์กรไม่น้อยกว่า 400 คน ตั้งเป้าปี 2570 ขยับเป็น บริษัทมหาชนจำกัด
#ข่าวชัดประเด็นจริง #ข่าวธุรกิจ #บิ๊กดีล ทุ่ม 7,000 ล้าน #อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป –#พลังงาน #ร้านสะดวกซื้อ #AGใกล้ #ธุรกิจ Food & Beverage #ธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน #ร้านไก่ทอด CHIKOLA #ร้านกาแฟ ๒AUREVO #ธุรกิจเทคโนโลยีและอเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค #NEXORA #ธุรกิจน้ำชาเขียวญี่ปุ่นแท้ – #น้ำแร่ธรรมชาติ #MIZU #ธุรกิจสื่อและการสื่อสาร #Thai Prime #ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่(MD) #บจ.AURELIAN GROUP #และบริษัทในเครือ AG
Loading...