เปิดปฏิบัติการ “สยบไพรีมัจฉานุปราบสมุทร” บุกจับกุมเรือขนไอซ์ข้ามชาติกลางอ่าวไทย ยึดของกลาง 1.1 ตัน มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท
1 min readเปิดปฏิบัติการ “สยบไพรีมัจฉานุปราบสมุทร” บุกจับกุมเรือขนไอซ์ข้ามชาติกลางอ่าวไทย ยึดของกลาง 1.1 ตัน มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

ตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็น “วาระแห่งชาติ” ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.), กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดยตำรวจน้ำ, สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงาน DEA Bangkok สนึกกำลังเปิด “ปฏิบัติการสยบไพรีมัจฉานุปราบสมุทร” เพื่อเดินหน้าสกัดกั้นและปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่อย่างเด็ดขาด
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงต้นปี 2569 ศูนย์วิเคราะห์ข่าวยาเสพติดสงขลา บก.ขส. ได้สืบทราบว่าเรือ “EAST HARBOUR 1” มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ จึงจัดกำลังเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด กระทั่งเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่พบเรือลำดังกล่าวเคลื่อนที่ออกจากชายฝั่งจังหวัดสงขลาเพื่อไปรับยาเสพติดกลางอ่าวไทย ชุดปฏิบัติการพิเศษทางน้ำ “มัจฉานุ” พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจึงนำเรือตรวจการณ์ 817 ออกสะกดรอยตามทันที

ต่อมาช่วงกลางดึกวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 00.30 น. เจ้าหน้าที่พบสัญญาณความผิดปกติว่าเรือ EAST HARBOUR 1 ได้รับยาเสพติดและกำลังมุ่งหน้าไปส่งต่อ จึงได้นำกำลังไล่ติดตามและเข้าปิดล้อมสั่งหยุดเรือไว้ได้บริเวณทะเลอ่าวไทยตอนล่าง จากการเข้าตรวจค้นภายในเรือ พบกัปตันและลูกเรือชาวไทยรวม 6 คน ได้แก่ นายอุทัย (39 ปี), นายพรชัย (39 ปี), นายอมอน (49 ปี), นายชัยพร (65 ปี), นายจัฐณราวุธ (45 ปี) และนายเมฆ (66 ปี) พร้อมของกลางเป็นไอซ์บรรจุถุงชาซุกซ่อนอยู่ในกระสอบรวม 39 กระสอบ กับอีก 8 ก้อน นำหนักรวม 1,178 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ยัดไว้ในช่องลับบริเวณท้ายเรือ นอกจากนี้ยังได้ทำการยึดเรือ EAST HARBOUR 1 มูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท ไว้เป็นของกลางในคดี

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.4 ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษต่อไป


Loading...