ชาวบ้านหลายพื้นที่รวมตัวร้อง ส.ส.ทวีทรัพย์! ทวงความเป็นธรรมเงินเยียวยาเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ หลังรอคอยกว่า 30 ปี วอนรัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์ช่วยผู้ตกหล่น
1 min readชาวบ้านหลายพื้นที่รวมตัวร้อง ส.ส.ทวีทรัพย์! ทวงความเป็นธรรมเงินเยียวยาเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ หลังรอคอยกว่า 30 ปี วอนรัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์ช่วยผู้ตกหล่น

ลพบุรี – ตัวแทนประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จากหลายพื้นที่ รวมประมาณ 30 คน เดินทางยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ส.ส.ทวีทรัพย์ ตัดสมัย พรรคไทยทรัพย์ทวี ขอให้ช่วยประสานรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาการไม่ได้รับเงินชดเชยเยียวยา หลังติดตามเรียกร้องความเป็นธรรมมายาวนานกว่า 30 ปี

วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ณ สำนักงานพรรคไทยทรัพย์ทวี จังหวัดลพบุรี กลุ่มตัวแทนประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งเดินทางมาจากหลายพื้นที่ทั้งจังหวัดลพบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง รวมประมาณ 30 คน ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายทวีทรัพย์ ตัดสมัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยทรัพย์ทวี เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีประชาชนบางส่วนยังไม่ได้รับเงินชดเชยเยียวยาจากผลกระทบของโครงการก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

ตัวแทนชาวบ้านระบุว่า นับตั้งแต่มีการก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เมื่อปี 2537 ประชาชนจำนวนมากต้องสูญเสียที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน และต้องอพยพออกจากถิ่นฐานเดิม แม้รัฐบาลจะมีมาตรการชดเชยและช่วยเหลือประชาชนมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังมีผู้ได้รับผลกระทบบางส่วนที่ตกหล่นจากการสำรวจ ไม่ผ่านการพิจารณาสิทธิ หรือยังไม่ได้รับเงินเยียวยาตามที่เรียกร้อง

ประเด็นสำคัญที่ชาวบ้านยื่นร้องเรียน ประกอบด้วย
ขอให้ตรวจสอบผู้ตกหล่นจากการสำรวจ โดยเฉพาะประชาชนที่เคยมีบ้านเรือนหรือที่ดินทำกินอยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังไม่ได้รับการรับรองสิทธิหรือเงินชดเชย
ขอให้ทบทวนหลักเกณฑ์การพิจารณาสิทธิ เนื่องจากชาวบ้านเห็นว่าหลักเกณฑ์บางประการไม่สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งไม่ได้รับความช่วยเหลือ
ขอความเป็นธรรมกรณีผู้ประกอบอาชีพรับราชการ ทั้งตำรวจ ทหาร ข้าราชการ และผู้ประกอบอาชีพอื่นที่มีบ้านเรือนอยู่ในพื้นที่โครงการ โดยชาวบ้านเห็นว่าการประกอบอาชีพไม่ควรเป็นเหตุให้ถูกตัดสิทธิ หากพิสูจน์ได้ว่าได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนจริง

ขอให้รัฐบาลพิจารณาหลักเกณฑ์ชดเชยใหม่ โดยกลุ่มผู้ร้องเรียนเสนออัตราชดเชยด้านที่อยู่อาศัย 170,000 บาท และด้านที่ดินทำกิน 170,000 บาท รวม 340,000 บาทต่อราย ตามข้อเสนอที่ปรากฏในหนังสือร้องเรียน ทั้งนี้ ยังต้องผ่านการพิจารณาของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย
ขอให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดหลักเกณฑ์ โดยเสนอให้มีการประชุมร่วมระหว่างหน่วยงานราชการ ผู้มีอำนาจตัดสินใจ และตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบ ก่อนกำหนดหรือปรับปรุงหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ

ขอให้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาที่ค้างมานาน พร้อมกำหนดกรอบระยะเวลาการตรวจสอบสิทธิและการพิจารณาจ่ายเงินชดเชยให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนทราบว่าปัญหาของตนจะได้รับการแก้ไขเมื่อใด
กลุ่มชาวบ้านยังสะท้อนว่า ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ได้ติดตามร้องเรียนต่อหน่วยงานต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนในหลายประเด็น ขณะที่ผู้ได้รับผลกระทบบางรายมีอายุมากขึ้น และบางรายเสียชีวิตไปแล้วก่อนที่ข้อเรียกร้องจะได้รับการแก้ไขจนเป็นที่ยุติ
ตัวแทนประชาชนจึงเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาข้อเท็จจริงจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่อาศัยเพียงเงื่อนไขด้านอาชีพหรือหลักเกณฑ์ที่ชาวบ้านเห็นว่าไม่เป็นธรรม พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่ตกหล่นสามารถยื่นหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์สิทธิของตนเอง

สำหรับการยื่นหนังสือครั้งนี้ กลุ่มประชาชนมีความประสงค์ให้ ส.ส.ทวีทรัพย์ ตัดสมัย เป็นผู้ประสานนำข้อเรียกร้องเสนอต่อนายกรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทบทวนหลักเกณฑ์ และกำหนดแนวทางช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ปัญหาเงินชดเชยเยียวยาเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เป็นเรื่องที่มีการติดตามมาอย่างยาวนาน แม้โครงการจะมีประโยชน์ต่อการบริหารจัดการน้ำของประเทศ แต่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบยังคงเรียกร้องให้ภาครัฐรับฟังปัญหาและพิจารณาสิทธิอย่างเป็นธรรม เพื่อให้การแก้ไขปัญหาที่ดำเนินมาหลายทศวรรษสามารถหาข้อยุติได้ในที่สุด
ข่าวชัดประเด็นจริง #เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ #ชาวบ้านร้องเรียน #ทวีทรัพย์ตัดสมัย #เงินชดเชยเยียวยา #เรียกร้องความเป็นธรรม
Loading...