จันทร์. ต.ค. 19th, 2026

ข่าวชัด Khaochad.co.th

ข่าวสารฉับไว ชัดตรงประเด็น สื่อความมั่นคงของชาติ

‘ทนายอั๋น บุรีรัมย์’ ยื่นหนังสือถึงกสม.หลังแจ้งความภูธรภาค 3 แต่ไม่คืบหน้า กรณีโดนสะกดรอย – ชี้เป็นเกมการเมืองหวั่นถูกเอาชีวิต

1 min read

‘ทนายอั๋น บุรีรัมย์’ ยื่นหนังสือถึงกสม.หลังแจ้งความภูธรภาค 3 แต่ไม่คืบหน้า กรณีโดนสะกดรอย – ชี้เป็นเกมการเมืองหวั่นถูกเอาชีวิต

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เวลา 13.30 ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) อาคารรัฐประศาสนภักดี ‘ทนายอั๋น บุรีรัมย์’ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และประสานมาตรการคุ้มครองความปลอดภัย หลังถูกกลุ่มบุคคลไม่ทราบฝ่ายคุกคาม และสะกดรอยติดตามอย่างต่อเนื่อง จนเกิดความกังวลต่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน

นายภัทรพงศ์ ระบุว่า ตนมายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เนื่องจากกรณีถูกคุกคามสิทธิ ถึงขั้นหมายปองเอาชีวิต โดยตลอดเวลาที่ตนทำการตรวจสอบ หรือเรียกร้องผลประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อชาติบ้านเมือง เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ซึ่งเป็นการถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง โดยการนำประวัติของบุพการีมาโจมตี

โดยรายละเอียดของถูกคุกคามครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ระหว่างที่นายภัทรพงศ์เดินทางไปรายงานตัวที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ มีเหตุการณ์ที่ทำให้สงสัยว่าถูกติดตาม รวมถึงถูกแอบถ่ายภาพระหว่างเดินทางไปติดต่อราชการที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3

ต่อมาวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ขณะนำรถยนต์ส่วนตัวเข้าตรวจสอบในจังหวัดนครราชสีมา ผู้ร้องระบุว่า พบอุปกรณ์ติดตามพิกัด GPS Tracker จำนวน 2 เครื่อง ติดอยู่บริเวณใต้ท้องรถ โดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ติดตั้ง และมีวัตถุประสงค์ใด

หลังพบอุปกรณ์ดังกล่าว นายภัทรพงศ์ได้เดินทางไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานสอบสวนของกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ให้เอาผิดบุคคล หรือกลุ่มเครือข่ายขบวนการคุกคามตน โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเหตุผลทางการเมืองหรือไม่

ทั้งนี้ ‘ทนายอั๋น’ ระบุว่า ได้แจ้งความเอาผิดบุคคลที่ปรากฏชื่อบนซิมการ์ดติดตามพิกัด GPS Tracker ทราบชื่อ นายสังวาลย์ ภูมิลำเนาอยู่จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งขอให้เจ้าพนักงานตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงอย่างไร

นอกจากนี้การที่ ‘ทนายอั๋น’ ต้องเดินทางมายัง กสม. เพราะ เมื่อตอนที่ตนไปกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ปรากฏว่ามีบุคคลแอบติดตามไปถึงสถานที่ด้วย โดยที่ตนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ โดยบุคลที่ว่ามีพฤติกรรมแอบถ่ายภาพตน รวมถึงยานพาหนะเอาไปเผยแพร่ลงบนสื่อออนไลน์ จากนั้นตนจึงได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ ทว่าปัจจุบันเรื่องนี้ยังไม่มีความคืบหน้า หรือได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่แม้แต่ครั้งเดียว จึงเป็นเหตุผลที่ตนต้องเดินทางมาร้องเรียนต่อ กสม. ในครั้งนี้


Loading...

ใส่ความเห็น

Copyright © All rights reserved. | Newsphere by AF themes.