“ศรีสุวรรณ” พาชาวบางพลับบุก กกต.นนทบุรี! จี้สอบคุณสมบัติผู้สมัครนายกเทศมนตรีเบอร์ 3 หลังเคยถูกศาลพิพากษาจำคุก 9 ปี
1 min read
ศรีสุวรรณ จรรยา นำชาวบางพลับยื่นร้อง กกต.นนทบุรี เร่งตรวจสอบคุณสมบัติอดีตนายกเทศมนตรีที่กลับมาลงสมัครชิงเก้าอี้อีกครั้ง หลังเคยถูกศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุก 9 ปี และถูกผู้ว่าฯ สั่งพ้นตำแหน่งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ตั้งคำถามเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ พร้อมจี้ กกต.เร่งวินิจฉัยก่อนเปิดคูหา 22 พฤศจิกายนนี้
วันนี้ (4 พฤศจิกายน 2569) เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน พร้อมด้วยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาลเมืองบางพลับ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.จังหวัดนนทบุรี เพื่อขอให้เร่งตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองบางพลับ หมายเลข 3 ว่าเข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายหรือไม่ และหากพบว่าขาดคุณสมบัติ ขอให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยเร็ว
นายศรีสุวรรณเปิดเผยว่า ประเด็นดังกล่าวมีที่มาจากกรณีที่สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ซึ่งตนเคยดำเนินงานอยู่ในขณะนั้น ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของอดีตนายกเทศมนตรีตำบลบางพลับ ก่อนที่ ป.ป.ช.จะมีมติชี้มูลความผิด และส่งเรื่องให้อัยการดำเนินคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157

ต่อมาศาลมีคำพิพากษาจำคุก 9 ปี โดยนายศรีสุวรรณระบุว่า บุคคลดังกล่าวถูกนำตัวไปคุมขังตามหมายศาลเป็นเวลา 1 วัน ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมา และภายหลังผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีได้มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองบางพลับ เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ส่งผลให้ต้องจัดการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีขึ้นใหม่ โดยกำหนดวันลงคะแนนในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2569
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่นายศรีสุวรรณตั้งข้อสังเกตคือ อดีตนายกเทศมนตรีรายดังกล่าวกลับมาสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้งในนามผู้สมัครหมายเลข 3 ทั้งที่เคยมีคำพิพากษาจำคุกและคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง จึงจำเป็นต้องตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวส่งผลต่อคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่
นายศรีสุวรรณอ้างถึงพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 48 เบญจ (3) และ (4) ประกอบพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 50 (6) และ (8) ซึ่งเกี่ยวข้องกับลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยเฉพาะกรณีการต้องคำพิพากษาให้จำคุก การถูกคุมขังตามหมายศาล และการเคยถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุเกี่ยวกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ
ทั้งนี้ นายศรีสุวรรณเห็นว่า กกต.จังหวัดนนทบุรีควรเร่งรวบรวมข้อเท็จจริง ตรวจสอบเอกสารคำพิพากษา ตลอดจนคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เพื่อพิจารณาว่าผู้สมัครรายดังกล่าวมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ก่อนถึงวันเลือกตั้ง
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้พิจารณาดำเนินคดีตามมาตรา 120 ของกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น หากตรวจสอบพบว่ามีการสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนเองขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวกำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 1–10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000–500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 20 ปี
“เรื่องนี้ต้องเร่งตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนถึงวันเลือกตั้ง เพื่อป้องกันปัญหาข้อกฎหมายและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับทางราชการและประชาชนในภายหลัง” นายศรีสุวรรณกล่าวสรุปถึงเหตุผลในการยื่นคำร้อง
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าผู้สมัครหมายเลข 3 มีลักษณะต้องห้ามหรือไม่ ยังต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง สถานะของคดี และการวินิจฉัยของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย โดยขณะนี้ยังไม่มีผลการวินิจฉัยจาก กกต.จังหวัดนนทบุรีตามข้อมูลที่ได้รับ
การยื่นคำร้องครั้งนี้จึงเป็นอีกประเด็นที่ต้องติดตาม ก่อนที่ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองบางพลับจะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรีคนใหม่ในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้
