กองทัพเรือคุมเข้มชายแดนจันทบุรี! รวบ 8 ชาวกัมพูชา ลอบเดินเท้าข้ามแดนกลางดึก หวังเข้ามาหางานทำ
1 min read
จันทบุรี – กองทัพเรือเดินหน้าคุมเข้มแนวชายแดนไทย–กัมพูชา สนธิกำลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยลาดตระเวนสกัดการลักลอบเข้าเมือง ก่อนตรวจพบชาวกัมพูชา 8 ราย เดินเท้าข้ามชายแดนเข้าพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน กลางดึก ตรวจสอบไม่พบเอกสารเดินทาง เจ้าตัวยอมรับหวังเข้ามาหางานทำในจังหวัดจันทบุรี
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 22.00 น. กองทัพเรือ โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี โดยชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2 (ชค.ทพ.นย.2) บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประจำจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานสืบสวน สภ.บ้านแปลง ดำเนินการจับกุมชาวกัมพูชา 8 ราย แบ่งเป็นชาย 5 ราย และหญิง 3 ราย ในพื้นที่ตำบลหนองตาคง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี
ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความเข้มงวดในการเฝ้าระวังแนวชายแดน หลังจากเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนตรวจพบบุคคลต้องสงสัยจำนวนหนึ่งอยู่ในพื้นที่ชายแดน จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบและขอตรวจเอกสารประจำตัว รวมถึงหลักฐานการเดินทางเข้าราชอาณาจักร แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบเอกสารการเดินทางที่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมดเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
จากการซักถามเบื้องต้น ชาวกัมพูชาทั้ง 8 ราย ให้ข้อมูลว่า ได้เดินเท้าข้ามแนวชายแดนจากประเทศกัมพูชาเข้ามายังฝั่งประเทศไทย โดยมีจุดประสงค์เพื่อเดินทางเข้ามาหางานทำในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนตรวจพบและควบคุมตัวได้
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลบุคคลและจัดทำบันทึกการจับกุมตามขั้นตอน พร้อมเตรียมนำตัวผู้ถูกจับกุมทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแปลง เพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยยังคงยึดหลักสิทธิมนุษยชน เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกจับกุมตามที่กฎหมายกำหนด โดยดำเนินการควบคู่กับภารกิจรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน


การจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงความเข้มงวดของกองทัพเรือและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ที่ยังคงเดินหน้าลาดตระเวน เฝ้าระวัง และสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ