จันทร์. มี.ค. 9th, 2026

ข่าวชัด Khaochad.co.th

ข่าวสารฉับไว ชัดตรงประเด็น สื่อความมั่นคงของชาติ

ศรีสุวรรณร้อง ป.ป.ช.สอบ “อนุทิน” ออกคำสั่งยกเว้นส่งออกน้ำมันให้ลาว–เมียนมา

1 min read

ศรีสุวรรณร้อง ป.ป.ช.สอบ “อนุทิน” ออกคำสั่งยกเว้นส่งออกน้ำมันให้ลาว–เมียนมา และตั้งกรรมการ ศบก. อาจเข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์


เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จังหวัดนนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและชี้มูลความผิด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าเข้าข่าย จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง และมีการขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่


การยื่นคำร้องครั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้ออก คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 2/2569 ให้ผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ระงับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปนอกราชอาณาจักร แต่มีข้อยกเว้นให้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสหภาพเมียนมา สามารถส่งออกได้


พร้อมกันนี้ยังมีการลงนามใน คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 53/2569 จัดตั้ง ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยแต่งตั้ง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ซึ่งนายศรีสุวรรณตั้งข้อสังเกตว่า นายพิพัฒน์เคยทำธุรกิจด้านพลังงาน และมีสถานีบริการน้ำมันชื่อดัง แม้จะมีการโอนกิจการให้น้องชายแล้วก็ตาม อาจเข้าข่าย ผลประโยชน์ทับซ้อน ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 184–186


นายศรีสุวรรณยังระบุว่า นายกรัฐมนตรีเคยให้สัมภาษณ์ว่า การยกเว้นการห้ามส่งออกน้ำมันไป สปป.ลาวและเมียนมา เนื่องจากประเทศไทยต้องพึ่งพาการซื้อไฟฟ้าจากลาว แต่ในความเป็นจริง โรงไฟฟ้าในลาวหลายแห่งเป็นโครงการที่ กลุ่มทุนไทยเข้าไปลงทุนและทำสัญญาขายไฟฟ้ากลับมายังประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้ประชาชนไทยต้องรับภาระค่าไฟฟ้าในราคาที่สูงขึ้น


อีกทั้งยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทของ น้องชายนายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินธุรกิจพลังงานและลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาวอย่างน้อย 2 แห่ง ที่มีการขายไฟฟ้าให้กับประเทศไทย และมีอัตรากำไรสูงถึงประมาณ 40% ขณะที่ธุรกิจหลักเดิมมีอัตรากำไรเพียง 5–6%


นอกจากนี้ นายศรีสุวรรณยังตั้งข้อสังเกตถึงการแต่งตั้ง ผู้บริหารบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของประเทศ ให้เข้ามาเป็นกรรมการใน ศบก. ทั้งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนปัจจุบันก็เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของบริษัทน้ำมันดังกล่าว ซึ่งบริษัทในเครือได้ร่วมลงทุนในแหล่งก๊าซธรรมชาติในเมียนมา ได้แก่ ซอติก้า ยาดานา และเยตากุน และมีการวางท่อก๊าซผ่านพื้นที่อนุรักษ์เพื่อนำก๊าซมาใช้ในโรงงานแยกก๊าซในจังหวัดราชบุรี


นายศรีสุวรรณเห็นว่า การแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวเข้ามาเป็นกรรมการ ศบก. อาจทำให้ เข้าถึงข้อมูลและมาตรการด้านพลังงานของรัฐก่อนภาคเอกชนรายอื่น ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อบริษัทที่เกี่ยวข้อง และอาจเข้าข่าย การขัดกันแห่งผลประโยชน์
ดังนั้น การลงนามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีทั้งสองฉบับที่เกี่ยวข้องกัน อาจเข้าข่าย การใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย และฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. ในการไต่สวนและชี้มูลความผิด


นายศรีสุวรรณกล่าวว่า หากการตรวจสอบของ ป.ป.ช. พบว่ามีมูลตามคำร้อง ควรเสนอเรื่องต่อ ศาลฎีกา เพื่อพิจารณาสั่ง ยุติการปฏิบัติหน้าที่ และดำเนินการลงโทษตามกระบวนการกฎหมายต่อไป

ข่าวชัดประเด็นจริง #ศรีสุวรรณ #ปปช #อนุทิน #พลังงาน #ผลประโยชน์ทับซ้อน #การเมืองไทย #ตรวจสอบรัฐบาล


Loading...

ใส่ความเห็น

Copyright © All rights reserved. | Newsphere by AF themes.