“ทนายตั้ม” ได้ประกันตัว! เปิดใจหลังติดคุก 1 ปี 7 เดือน ลั่นเดินหน้าสู้ต่อชั้นอุทธรณ์ ควักหลักฐานเด็ดสู้ปม 71 ล้าน
1 min read
นาทีคืนอิสรภาพชั่วคราวของ “ทนายตั้ม” ษิทรา เบี้ยบังเกิด หลังศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์ คดีฉ้อโกง “เจ๊อ้อย” โดยเจ้าตัวเดินออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครในสภาพร่างกายที่ซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ทันทีที่พ้นประตูเรือนจำ ทนายตั้มได้โผเข้าสวมกอดภรรยาที่ได้รับการปล่อยตัวจากทัณฑสถานหญิงกลางในเวลาไล่เลี่ยกัน รวมถึงลูก ๆ และครอบครัวที่มารอรับอย่างอบอุ่น ก่อนที่ทนายตั้มจะก้มลงกราบเท้าคุณแม่ด้วยความเคารพ และหันมาทักทายสื่อมวลชนด้วยรอยยิ้มว่าไม่ได้เจอกันนานจนคิดว่าจะจำกันไม่ได้แล้ว
ทนายตั้มได้เปิดใจครั้งแรกหลังถูกคุมขังนานกว่า 1 ปี 7 เดือน 4 วัน โดยยอมรับว่าช่วง 5 เดือนแรกสภาพจิตใจย่ำแย่และดิ่งมากเพราะต้องห่างจากครอบครัว แต่หลังจากนั้นก็พยายามปรับตัวและใช้เวลาศึกษาสำนวนคดีรวมถึงรวบรวมข้อมูลเพื่อเตรียมแนวทางต่อสู้คดีด้วยตัวเองจากในเรือนจำ ซึ่งคดีนี้ตนถูกแจ้งข้อหาทั้งหมด 10 ข้อหา และศาลได้ยกฟ้องไปแล้วถึง 7 ข้อหา เหลือเพียง 3 ข้อหา ทำให้ตนมองว่ายังมีประเด็นทางกฎหมายที่สามารถต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์ได้อีกมาก โดยเฉพาะกรณีเงิน 71 ล้านบาทที่เป็นข้อหาหลัก ตนมีหลักฐานข้อความสนทนาและหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อว่าแสดงเจตนาของการให้เงินเพื่อนำไปลงทุนทำธุรกิจ และจะนำไปเสนอต่อศาลอุทธรณ์ต่อไป

นอกจากนี้ ทนายตั้มยังกล่าวถึงกระแสสังคมที่มีการท้าทายผ่านสื่อเกี่ยวกับคดีเงิน 71 ล้านบาท ที่เคยมีการพูดถึงเรื่องการดื่มปัสสาวะ 71 แก้ว โดยเจ้าตัวลั่นกลางสื่อว่า ในเมื่อคดียังอยู่ในกระบวนการอุทธรณ์ ตนจึงขอ “เพิ่มเดิมพัน” เป็น 142 แก้ว เพราะยังคงเชื่อมั่นว่าจะได้รับความเป็นธรรมและได้รับการยกฟ้องในท้ายที่สุด พร้อมกันนี้ยังประกาศเดินหน้าร้องเรียนต่อ DSI ให้ตรวจสอบกรณีการฮั้วประมูลงานของหน่วยงานรัฐที่ตนมีหลักฐานอยู่ในมือด้วย


ขณะที่ฝั่งภรรยาเปิดใจว่าช่วงแรกที่ถูกคุมขังเต็มไปด้วยความสับสนและเป็นห่วงลูก ๆ มาก แต่ก็พยายามปฏิบัติตามกฎและได้บทเรียนชีวิตที่สำคัญ โดยสิ่งที่ทำให้มีกำลังใจคือลูก ๆ ทั้ง 3 คนยังคงเชื่อมั่นและมองว่าพ่อเป็น “ฮีโร่” ของครอบครัวเสมอ ซึ่งทนายตั้มยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ได้เรียนรู้ว่าการตัดสินใจของตนส่งกระทบต่อคนที่รัก หลังจากนี้จะใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้นและหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง โดยสิ่งแรกที่อยากทำในคืนแรกของอิสรภาพคือการกลับบ้านไปล้อมวงกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว โดยมีเมนูโปรดอย่าง “แกงส้มกุ้ง” ที่ทุกคนเตรียมรอต้อนรับกลับบ้านในค่ำคืนนี้



