น้ำท่วมซ้ำซาก! โรงเรียนทรุด อาคารพัง “ทวีทรัพย์ ตัดสมัย” ลงพื้นที่บ้านปากดุก รับปากผลักดันงบช่วยเหลือด่วน
1 min read
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 นายทวีทรัพย์ ตัดสมัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่โรงเรียนบ้านปากดุก ตำบลปากดุก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2 ภายหลังได้รับหนังสือร้องขอความช่วยเหลือจากทางโรงเรียนเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องหลายปี จนส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอน ความปลอดภัยของนักเรียน และสภาพอาคารสถานที่ภายในโรงเรียน

จากการรับฟังข้อมูลของผู้บริหาร คณะครู และบุคลากรทางการศึกษา พบว่า โรงเรียนบ้านปากดุกเปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนในความดูแลจำนวน 135 คน และมีข้าราชการครูรวมถึงบุคลากรทางการศึกษาจำนวน 15 คน ทำหน้าที่ดูแลและจัดการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โรงเรียนประสบปัญหาอุทกภัยและน้ำท่วมขังเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน เนื่องจากพื้นที่ของโรงเรียนมีระดับต่ำกว่าถนนสาธารณะ ทำให้น้ำฝนและน้ำหลากจากพื้นที่โดยรอบไหลเข้าท่วมบริเวณโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำขังเป็นเวลานานและไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน


จากข้อมูลของโรงเรียนพบว่า ปัญหาน้ำท่วมเริ่มส่งผลกระทบอย่างรุนแรงตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา โดยน้ำได้ไหลเข้าท่วมอาคารเรียน ถนนภายในโรงเรียน สนามกีฬา และพื้นที่กิจกรรมของนักเรียน ทำให้โรงเรียนต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนการสอนในบางช่วงเวลาเพื่อความปลอดภัยของนักเรียน



ต่อมาในปี 2565 และ 2566 แม้ทางโรงเรียนจะพยายามแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเต็มกำลัง แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการปรับปรุงระบบระบายน้ำหรือยกระดับพื้นที่ได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้เกิดน้ำขังเป็นเวลานาน สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม พื้นที่บางส่วนเกิดการทรุดตัว สนามหญ้า แปลงเรียนรู้ และภูมิทัศน์โดยรอบได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพจริง นายทวีทรัพย์ ตัดสมัย และคณะ ยังพบว่า อาคารเรียนบางส่วนของโรงเรียนยังเป็นอาคารไม้เก่าที่มีอายุการใช้งานมานานและอยู่ในสภาพทรุดโทรม อันเป็นผลมาจากการถูกน้ำท่วมซ้ำซากติดต่อกันหลายปี ส่งผลให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา
ที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่านั้น คือมีอาคารเรียนอีกหนึ่งหลังที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจนพังทลายลง อันเป็นผลสืบเนื่องจากปัญหาน้ำท่วมและสภาพพื้นที่ที่ทรุดตัวจากการแช่น้ำเป็นเวลานาน ทำให้โรงเรียนต้องแบกรับภาระในการจัดสรรพื้นที่เรียนการสอนใหม่ และเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยให้กับเด็กนักเรียน
ทางโรงเรียนได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะยาว โดยเห็นว่าจำเป็นต้องดำเนินการถมดินและยกระดับพื้นที่โรงเรียนให้มีความสูงใกล้เคียงกับระดับถนนสาธารณะ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ในอนาคต พร้อมทั้งปรับปรุงระบบระบายน้ำ ฟื้นฟูภูมิทัศน์ สนามกีฬา พื้นที่สีเขียว และพื้นที่กิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ภายในโรงเรียน

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเกินกว่าศักยภาพของโรงเรียนจะดำเนินการได้ด้วยตนเอง จึงได้จัดทำโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์โรงเรียนบ้านปากดุก และยื่นหนังสือขอรับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 490,000 บาท เพื่อใช้ในการดำเนินโครงการดังกล่าว

นายทรงกลด ปานไกร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปากดุก กล่าวว่า โรงเรียนมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานาน เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพการศึกษา ความปลอดภัยของนักเรียน และการพัฒนาสภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษา
ภายหลังรับฟังปัญหาและตรวจสอบสภาพพื้นที่จริง นายทวีทรัพย์ ตัดสมัย กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตและอนาคตทางการศึกษาของเด็กนักเรียนในพื้นที่ ซึ่งควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม
“ผมได้รับทราบปัญหาและเห็นสภาพพื้นที่จริงแล้ว เข้าใจถึงความเดือดร้อนของโรงเรียน คณะครู และนักเรียนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของเด็ก ๆ และอาคารสถานที่ของโรงเรียน ผมจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับจังหวัดและส่วนกลาง เพื่อร่วมกันหาแนวทางสนับสนุนงบประมาณและผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไป” นายทวีทรัพย์ กล่าว


ทั้งนี้ โรงเรียนบ้านปากดุกและชุมชนในพื้นที่ต่างมีความหวังว่าปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมานานหลายปี จะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อให้โรงเรียนกลับมาเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่มีความปลอดภัย มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และพร้อมรองรับการพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนในอนาคตต่อไป