จับตาโครงการตลาดอินโดจีน! ชมรมรักษ์มุกดาหารร้องสอบงบ 150 ล้าน
1 min read
มุกดาหาร — ชมรมรักษ์มุกดาหารเปิดเผยผลการลงพื้นที่ติดตามโครงการปรับปรุงตลาดอินโดจีน จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งใช้งบประมาณประมาณ 150 ล้านบาท โดยระบุว่าพบประเด็นที่ประชาชนจำนวนหนึ่งให้ความสนใจและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ จึงเห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อมูลต่อสาธารณชนอย่างครบถ้วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสในการใช้งบประมาณแผ่นดิน
ร้อยตำรวจตรีสุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ของชมรม พบว่ามีประเด็นที่ควรได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม อาทิ การประชาสัมพันธ์ข้อมูลโครงการ ความคืบหน้าของการก่อสร้าง การแก้ไขสัญญา รวมถึงการติดตั้งเสาไฟฟ้าบางจุดที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าอาจกระทบต่อการใช้ผิวจราจร ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวควรได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานผู้มีอำนาจตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ชมรมฯ ระบุว่า จากข้อมูลที่ได้รับ มีการแก้ไขสัญญาหลายครั้งและโครงการใช้ระยะเวลาดำเนินงานยาวนานกว่าที่ประชาชนคาดหวัง จึงเห็นว่าควรมีการชี้แจงถึงสาเหตุ ความจำเป็น และผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
สำหรับกรณีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดของโครงการ ชมรมฯ ระบุว่าได้รับข้อมูลว่ามีการเปลี่ยนแปลงบางรายการจากแผนเดิม จึงขอให้หน่วยงานเจ้าของโครงการชี้แจงรายละเอียด ขั้นตอน และเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว รวมถึงผลกระทบต่องบประมาณและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ

ประธานชมรมรักษ์มุกดาหารย้ำว่า ข้อสังเกตทั้งหมดเป็นข้อมูลที่ได้จากการติดตามภาคสนามและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชมรมฯ มิได้มีเจตนาชี้ว่าบุคคลหรือหน่วยงานใดกระทำผิดกฎหมาย แต่เห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลและการตรวจสอบอย่างโปร่งใสจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

ชมรมรักษ์มุกดาหารจึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และหน่วยงานตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นที่มีการร้องเรียน หากพบว่าการดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมายก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน แต่หากพบข้อบกพร่องก็ควรดำเนินการแก้ไขตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ชมรมรักษ์มุกดาหารยืนยันว่าจะติดตามความคืบหน้าของโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักข้อเท็จจริง ความสุจริต และประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ชี้แจงข้อมูลอย่างเป็นธรรม
