ตำรวจไซเบอร์บุกรวบสองพี่น้องแก๊ง “หล็อกแหล็ก” เมืองคอน โพสต์ปืนอวดข่มลูกหนี้ ปล่อยกู้ดอกโหดร้อยละ 10 ต่อวัน
1 min read
สืบเนื่องจาก พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ ผบก.สอท.5 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนเกี่ยวกับการลักลอบซื้อขายอาวุธปืนผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อป้องกันการนำไปก่อเหตุช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026 ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยต่อพี่น้องประชาชน โดย พ.ต.อ.สุทธิชัย เทียนโพธิ์ ผกก.3 บก.สอท.5 ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังและออกสืบสวนอย่างต่อเนื่อง
กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพบพฤติกรรมบนโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์ม Facebook ของกลุ่มวัยรุ่นสร้างตัวในพื้นที่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช โดยตั้งชื่อกลุ่มตัวเองว่าแก๊ง “หล็อกแหล็ก” ซึ่งพบว่าวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าว มีพฤติกรรมปล่อยกู้สินเชื่อนอกระบบ รับจำนำของมีค่าทุกชนิด โดยมักใช้รถยนต์ รถจักรยานยนต์แต่งซิ่ง และอาวุธปืนเป็นหลักจำนำ โดยเฉพาะมี 2 พี่น้องคู่หนึ่งในกลุ่มนี้ที่เจ้าหน้าที่พบหลักฐานว่า ชอบโพสต์ภาพอวดอาวุธปืนและกระสุนปืนลงสื่อโซเชียล เพื่อประกาศศักดาของกลุ่มตนเองเพื่อให้วัยรุ่นกลุ่มอื่นและลูกหนี้เกิดความเกรงกลัวอีกด้วย จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 2 จุด ที่คาดว่าใช้เป็นแหล่งซุกซ่อนหลักฐานกรณีดังกล่าว ดังนี้
จุดที่ 1 บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.5 ต.สิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช
พ.ต.ท.สุนทร คงกุล สว.กก.3 บก.สอท.5 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ 70/2569 ลง 18 มิ.ย.69 สามารถจับกุมตัว นายฉัตรชัย หรือ “ยี่ หล็อกแหล็ก” อายุ 25 ปี (ผู้เป็นน้อง) พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ iPhone 13 จำนวน 1 เครื่อง, อาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. ยี่ห้อ CZ จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. ยี่ห้อ Smith & Wesson จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุน จำนวน 3 นัด, อาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 11 มม. ยี่ห้อ Remington จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน จำนวน 8 นัด ในแม็กกาซีน, อาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. ยี่ห้อ Glock จำนวน 1 กระบอก พร้อมด้วยเครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 15 นัด, กระสุนปืน Bullet Master ขนาด 9 มม. จำนวน 43 นัด และ เครื่องยิงกระสุนปืน (ปืนปากกา) ขนาด .357 พร้อมกระสุน จำนวน 3 นัด รวมทั้งสนับมือและอาวุธมีดประเภทต่างๆ

นอกจากนี้ยังพบข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือว่าเจ้าตัวยังมีอาวุธปืนอีก 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงซักถามกระทั่งเจ้าตัวยอมรับว่าซุกซ่อนไว้ที่ห้องเช่าในพื้นที่ อ.ขุนทะเล จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพาตัวไปขยายผลตรวจค้นเพิ่มเติม กระทั่งพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ อีกจำนวน 1 กระบอก แยกส่งดำเนินคดีเพิ่มเติม รวมตรวจยึดอาวุธปืนได้ทั้งหมด จำนวน 7 กระบอก พร้อมกระสุนปืน จำนวน 72 นัด
จากการตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือที่ตรวจยึด พบหลักฐานการโพสต์ปล่อยกู้สินเชื่อนอกระบบ และหลักฐานการแชทกับลูกหนี้จำนวนมาก และสอบถามเจ้าตัวเบื้องต้นยอมรับสารภาพว่า ตนเองปล่อยกู้สินเชื่อนอกระบบจริง ลูกค้าส่วนใหญ่มักเป็นนักพนันไก่ชนและชาวบ้านในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อวัน แบบดอกเบี้ยลอย เช่น หากลูกค้าต้องการกู้เงิน 1,000 บาท ตนเองจะโอนให้จำนวน 900 บาท เนื่องจากหักดอกเบี้ย 100 บาทในทันที จากนั้นจะเก็บดอกเบี้ย 100 บาททุกวัน จนกว่าลูกค้าจะคืนเงินต้นทั้งหมด ส่วนอาวุธปืนที่ตรวจยึดได้นั้น เจ้าตัวอ้างว่ารับซื้อมาจากแหล่งต่างๆ เนื่องจากชอบสะสมอาวุธปืน
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีในข้อหา “มีอาวุธปืนไม่มีทะเบียน (ปืนเถื่อน) และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”, “จัดให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพรางการให้กู้ยืมเงิน โดยมีลักษณะ (1) เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดฯ” และ “ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ”
จุดที่ 2 ห้องเช่าภายในห้องแถวแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.5 ต.สิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช
พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ สมศิริ สว.กก.3 บก.สอท.5 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ ค.68/2569 ลง 18 มิ.ย.69 สามารถจับกุมตัว นายชาคริต หรือ “ต้น หล็อกแหล็ก” อายุ 26 ปี (ผู้เป็นพี่) พร้อมตรวจยึดของกลางเป็น โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง, อุปกรณ์แท็บเล็ต จำนวน 1 เครื่อง, สมุดคู่มือจดทะเบียนรถจักยานยนต์ จำนวน 2 เล่ม, สมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ จำนวน 2 เล่ม, รถจักยานยนต์ จำนวน 8 คัน, รถยนต์เก๋ง จำนวน 2 คัน, รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน รวมทั้งสร้อยคอทองคำ พระเลี่ยมทอง และทองคำแท่งขนาดต่างๆ อีกหลายรายการ
จากการตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ พบหลักฐานการปล่อยกู้สินเชื่อนอกระบบและการพูดคุยกับลูกหนี้ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยประมาณร้อยละ 5 ต่อวัน แบบดอกเบี้ยลอย ซึ่งเจ้าตัวรับสารภาพว่า ให้กู้ยืมเงินนอกระบบและรับจำนำทรัพย์สินจากชาวบ้านจริง โดยทำมานานประมาณ 2 ปีแล้ว
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “จัดให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพรางการให้กู้ยืมเงิน โดยมีลักษณะ (1) เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดฯ”, “ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดฯ” และ “ประกอบกิจการโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ”

ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
