ชัยภูมิวิกฤต! ชาวบ้านกว่า 1,000 ชีวิตไร้น้ำประปาเกือบ 3 เดือน นายก อบต.เร่งเจาะบาดาลฝ่าวิกฤตภัยแล้ง
1 min read
ชัยภูมิ – 21 สิงหาคม 2569 วิกฤตภัยแล้งในจังหวัดชัยภูมิทวีความรุนแรง แม้เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว แต่ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนและเอลนีโญที่ทำให้ฝนทิ้งช่วงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำทั่วจังหวัดลดลงอย่างน่าเป็นห่วง จนหลายพื้นที่เริ่มเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคอย่างหนัก
ข้อมูลล่าสุดพบว่า เขื่อนทั้ง 14 แห่งของจังหวัดมีปริมาณน้ำใช้การได้เฉลี่ยไม่ถึง ร้อยละ 37 ขณะที่อ่างเก็บน้ำช่อระกา บริเวณเชิงเทือกเขาภูแลนคา เหลือน้ำไม่ถึง ร้อยละ 15 ไม่สามารถส่งน้ำสนับสนุนทั้งภาคการเกษตรและระบบประปาหมู่บ้านได้
หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ บ้านหนองนกเขา หมู่ 6 ตำบลนาฝาย อำเภอเมืองชัยภูมิ ซึ่งมีประชาชนกว่า 190 ครัวเรือน หรือมากกว่า 1,000 คน ต้องเผชิญปัญหาน้ำประปาไม่ไหลต่อเนื่องเกือบ 3 เดือน ชาวบ้านจำเป็นต้องซื้อน้ำใช้เอง ท่ามกลางภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น


เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน องค์การบริหารส่วนตำบลนาฝายได้ระดมเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นำรถบรรทุกน้ำออกแจกจ่ายให้ประชาชนทุกวัน เฉลี่ย 6–7 เที่ยวต่อวัน พร้อมเติมน้ำใส่โอ่งและภาชนะเก็บน้ำตามครัวเรือน
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ภัยแล้งยังมีแนวโน้มลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ทั้ง บ้านดอนกอก และบ้านตะลอมไผ่ ตำบลโคกสะอาด อำเภอหนองบัวระเหว รวมถึง อำเภอแก้งคร้อ หลังเขื่อนลำปะทาวตอนบนและตอนล่างเหลือน้ำใช้การได้เพียง ร้อยละ 22–31 เสี่ยงกระทบต่อแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปาหมู่บ้านในระยะต่อไป
นางสวรส เหิมหาญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาฝาย เปิดเผยว่า ได้ประสานความร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ เร่งนำเครื่องจักรเข้าขุดเจาะบ่อบาดาลลึกกว่า 100 เมตร ใกล้สถานีสูบน้ำประปาหมู่บ้าน เพื่อเพิ่มแหล่งน้ำดิบสำหรับการผลิตประปา
จากเดิมมีบ่อบาดาลเพียง 2 จุด ล่าสุดได้ขุดเพิ่มอีก 2 จุด รวมเป็น 4 จุด และสามารถขุดพบน้ำได้สำเร็จ สร้างความหวังและความดีใจให้กับชาวบ้านที่เผชิญวิกฤตขาดน้ำมายาวนาน

แม้การขุดบ่อบาดาลจะช่วยบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่ชาวบ้านยังคงเฝ้ารอฝนที่จะตกลงมา เพื่อเติมน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำให้กลับมาเพียงพอ อันเป็นความหวังสำคัญในการคลี่คลายวิกฤตภัยแล้งครั้งนี้อย่างยั่งยืน