ชลบุรี โจรแสบออกอาละวาดต่อเนื่องตระเวนขโมยน้ำมันพืชตามร้านค้า
1 min read
ชลบุรี โจรแสบออกอาละวาดต่อเนื่องตระเวนขโมยน้ำมันพืชตามร้านค้า ล่าสุดแม่ค้าร้านของทอดวัย 39 ปีถูกคนร้ายย่องขโมยน้ำมันพืชเก่า 3 แกลลอนมูลค่ารวมประมาณ 1,800 บาทเจ้าตัวโอดเศรษฐกิจย่ำแย่ขายของกำไรน้อยยังมาถูกซ้ำเติม วอนตำรวจเร่งล่าตัว หวั่นก่อเหตุต่อเนื่องหลายพื้นที่

ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกพฤติกรรมของคนร้าย เป็นชายสวมเสื้อแขนยาวสีดำและสวมหมวกกันน็อก เดินเข้ามาภายในร้านขายอาหารประเภทของทอด ก่อนจะตรงเข้าไปหยิบแกลลอนน้ำมันพืชจำนวน 3 แกลลอน แล้วนำออกจากร้านหลบหนีไปอย่างใจเย็น โดยเหตุการณ์ทั้งหมดถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเอาไว้ได้
ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่ร้านขายกับข้าว “พุงโต” ภายในตลาดนัดซอย 9 บ้านสวน ตำบลบ้านสวน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี พบกับ น.ส.กุสุมา ดวงลัดดา อายุ 39 ปี เจ้าของร้าน ซึ่งได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดมาให้ผู้สื่อข่าวตรวจสอบ หลังถูกคนร้ายย่องเข้ามาขโมยน้ำมันพืชเก่าที่เก็บไว้ภายในร้านจำนวน 3 แกลลอนน.ส.กุสุมา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยเห็นข่าวผู้ประกอบการร้านค้าในพื้นที่แสนสุขถูกคนร้ายก่อเหตุขโมยน้ำมันพืชใหม่ไปจำนวน 2 แกลลอน คิดเป็นเงินหลายพันบาท กระทั่งล่าสุดร้านของตนก็มาถูกก่อเหตุในลักษณะคล้ายกัน แต่ครั้งนี้คนร้ายขโมยน้ำมันพืชเก่าที่ตนเก็บไว้จำนวน 3 แกลลอนน้ำมันพืชเก่าดังกล่าวสามารถขายได้ประมาณแกลลอนละ 600 บาท รวมมูลค่าประมาณ 1,800 บาท ซึ่งปกติตนจะรวบรวมน้ำมันเก่าที่ใช้แล้วนำไปขาย เพื่อนำเงินกลับมาซื้อน้ำมันพืชใหม่สำหรับใช้ประกอบอาหารและต่อยอดในการค้าขาย แต่เมื่อมาถูกขโมยไปจึงทำให้ได้รับความเดือดร้อน

เนื่องจากปัจจุบันขายของแต่ละวันมีกำไรไม่มากอยู่แล้ว“ทุกวันนี้เศรษฐกิจก็ไม่ดี ขายของก็ยาก กำไรแต่ละวันไม่ได้มาก น้ำมันเก่าที่เก็บไว้ก็จะเอาไปขายเพื่อนำเงินมาซื้อน้ำมันใหม่ พอมาโดนขโมยแบบนี้เหมือนถูกซ้ำเติมกันอีก” น.ส.กุสุมา กล่าวน.ส.กุสุมา ระบุอีกว่า เบื้องต้นได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้ว พร้อมอยากให้ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว เนื่องจากทราบว่าช่วงที่ผ่านมาเกิดเหตุขโมยน้ำมันพืชในหลายพื้นที่ของจังหวัดชลบุรี และจากภาพที่ตนได้เห็น เชื่อว่าคนร้ายอาจเป็นบุคคลเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวต้องรอการตรวจสอบยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งพร้อมฝากถึงผู้ก่อเหตุว่า อยากให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าวและหันไปประกอบอาชีพสุจริต เพราะผู้ค้าขายต่างต้องดิ้นรนหาเลี้ยงชีพในภาวะเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน ไม่ควรมาสร้างความเดือดร้อนหรือเบียดเบียนผู้อื่น พร้อมหวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้โดยเร็ว ก่อนจะไปก่อเหตุกับร้านค้าอื่นอีก

