บุรีรัมย์สะเทือนใจ! พ่อถูกจำคุก ทิ้งลูก 3 ชีวิต สู้ลำพังในบ้านไร้ไฟ ไร้น้ำ พี่วัย 13 รับบทหัวหน้าครอบครัว
1 min read
บุรีรัมย์ – เรื่องราวสุดสะเทือนใจของเด็ก 3 พี่น้องในพื้นที่ตำบลสะแกซำ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ กำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง หลังถูกเปิดเผยว่าต้องใช้ชีวิตตามลำพัง ภายหลังแม่เสียชีวิต ขณะที่พ่อถูกจำคุกในคดีลักทรัพย์ ทิ้งให้เด็กทั้งสามต้องเผชิญความลำบากท่ามกลางบ้านที่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำใช้ และแทบไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวเกิดจาก นางสาวเจนจิรา เจริญรัมย์ อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นน้าของเด็ก โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ขอความช่วยเหลือจากสังคม หลังเห็นหลานทั้งสามต้องดิ้นรนใช้ชีวิตกันเอง โดยมีเพียงญาติและชาวบ้านคอยแบ่งปันอาหารและสิ่งของจำเป็นเป็นครั้งคราว

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านพัก พบสภาพความเป็นอยู่ที่น่าเวทนา บ้านไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปาใช้ ห้องน้ำชำรุดจนไม่สามารถใช้งานได้ เสื้อผ้ากองอยู่จำนวนมากเพราะไม่มีโอกาสซักทำความสะอาด รอบบ้านมียุงชุกชุม แต่เด็ก ๆ ไม่มีแม้แต่มุ้งสำหรับกางนอนในยามค่ำคืน

เด็กทั้งสามประกอบด้วย น้องวา อายุ 13 ปี, น้องน้ำหวาน อายุ 11 ปี และ น้องลีวาย อายุ 9 ปี โดยน้องวาในฐานะพี่ชายคนโต ต้องรับภาระเกินวัย ทั้งก่อไฟ หุงข้าว ดูแลน้อง ๆ และออกไปรับจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ กับชาวบ้าน เพื่อนำเงินมาซื้ออาหารประทังชีวิต
ขณะที่น้องน้ำหวานยังคงได้ไปโรงเรียน โดยได้รับความช่วยเหลือจากทางโรงเรียนทั้งด้านการเรียนและอาหารกลางวัน ส่วนน้องลีวาย วัย 9 ปี ยังไม่ได้เข้าเรียน และต้องอยู่บ้านกับพี่ ๆ
นางสาวเจนจิรา เปิดเผยว่า พ่อของเด็กเคยเป็นผู้ดูแลลูกทั้งสาม แต่มีพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อย ถูกจับกุมหลายครั้ง และล่าสุดถูกจำคุกมาเกือบ 3 สัปดาห์ ทำให้เด็กต้องอยู่กันเองโดยไม่มีผู้ปกครองดูแลอย่างใกล้ชิด

เธอยังแสดงความกังวลว่า แม้พ่อจะพ้นโทษในอนาคต ก็เกรงว่าจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม อีกทั้งที่ผ่านมาไม่ค่อยยอมรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ ทำให้ปัญหาของครอบครัวยังคงยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อเด็กอย่างต่อเนื่อง
ด้านญาติที่อาศัยอยู่ใกล้บ้าน ยอมรับว่าพยายามแบ่งข้าวสาร อาหารแห้ง และคอยดูแลเท่าที่ทำได้ แต่ด้วยภาระหน้าที่ของแต่ละคน ไม่สามารถช่วยเหลือได้ตลอดเวลา จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง โดยเฉพาะด้านที่อยู่อาศัย สุขอนามัย ความปลอดภัย และการศึกษา เพื่อให้เด็กทั้งสามมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ตำบลสะแกซำ ระบุว่า ผู้นำชุมชนรับทราบปัญหาครอบครัวนี้มาโดยตลอด และพยายามให้ความช่วยเหลือตามกำลัง แต่ที่ผ่านมาเกิดข้อจำกัด เนื่องจากพ่อของเด็กไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ทำให้การแก้ไขปัญหาไม่ต่อเนื่อง
ล่าสุด เตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อเร่งเข้าช่วยเหลือเด็กทั้งสาม ทั้งด้านปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต การศึกษา สุขภาพ และความปลอดภัย พร้อมวางแนวทางดูแลระยะยาว เพื่อไม่ให้เด็กต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและขาดโอกาสอีกต่อไป
