บุกรวบอดีตเจ้าอาวาสวัดดังอยุธยา ปมเสพเมถุน-ยักยอกเงินทำบุญกว่า 100 ล้าน ยึดทรัพย์เฉียด 500 ล้าน
1 min read
เปิดกุฏิถึงผงะ! พบเงินสดกว่า 138 ล้านบาท เงินฝากอีกกว่า 290 ล้านบาท พร้อมทองคำกว่า 1,000 บาท ขยายผลเส้นทางเงินโยงหญิงคนสนิท ก่อนถูกจับพร้อมกัน 2 ราย ด้านเจ้าหน้าที่เร่งสาวเส้นทางเงินบริจาคและทรัพย์สินทั้งหมด
สะเทือนวงการพระพุทธศาสนาอีกครั้ง เมื่อตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดปฏิบัติการเข้าจับกุม พระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อม น.ส.ปุณยวีร์ (สงวนนามสกุล) หลังการสืบสวนพบทั้งปมความสัมพันธ์ไม่เหมาะสมและเส้นทางการเงินจำนวนมหาศาล
จุดเริ่มต้นของคดีมาจากหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมของเจ้าอาวาส ก่อนเจ้าหน้าที่ขยายผลสืบสวนเชิงลึก และพบข้อมูลว่ามีความสัมพันธ์ทางเพศกับ น.ส.ปุณยวีร์ ซึ่งเข้าข่ายอาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระตามพระธรรมวินัย
ในวันเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองได้ดำเนินการให้ลาสิกขา พ้นจากสมณเพศเรียบร้อยแล้ว
จากปมสัมพันธ์ลับ สู่เส้นทางเงินวัดกว่า 100 ล้าน
คดีไม่ได้จบเพียงเรื่องความสัมพันธ์ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินและพบความผิดปกติครั้งใหญ่
จากการสืบสวนพบว่า อดีตเจ้าอาวาสมีการเปิดรับเงินบริจาคทำบุญ รวมถึงเงินจากการเช่าบูชาวัตถุมงคลในนามของวัด และมีการออกใบอนุโมทนาบัตรให้แก่ผู้บริจาค แต่เงินบางส่วนกลับไม่ได้เข้าสู่บัญชีของวัด โดยถูกนำเข้าบัญชีส่วนตัวและบัญชีของ น.ส.ปุณยวีร์
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบหลักฐานเกี่ยวกับเงินบริจาคที่ถูกยักยอก มากกว่า 100 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน การตรวจสอบทรัพย์สินของ น.ส.ปุณยวีร์ พบความผิดปกติเช่นกัน เนื่องจากไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง แต่ในช่วงเวลาเพียง 1-2 ปี กลับมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งทาวน์เฮาส์ 2 หลัง รถยนต์ และเงินฝากธนาคาร
เจ้าหน้าที่ยังพบข้อมูลว่า ทรัพย์สินบางส่วนถูกถือครองในชื่อบุตรสาว ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นการอำพรางการถือครองทรัพย์สินและเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือไม่
เปิดกุฏิถึงกับผงะ เงินสด-ทองคำกองมหาศาล
หลังรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่นำหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 เข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 6 จุด ในพื้นที่พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร และบุรีรัมย์ ก่อนจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้ง 2 ราย
สิ่งที่สร้างความตกตะลึงคือทรัพย์สินจำนวนมหาศาลที่ตรวจพบ โดยเฉพาะภายในกุฏิของอดีตเจ้าอาวาส ซึ่งพบทั้ง เงินสดกว่า 138 ล้านบาท เงินฝากในบัญชีมากกว่า 290 ล้านบาท รวมถึงทองคำแท่งและทองรูปพรรณน้ำหนักรวมกว่า 1,000 บาท ประเมินมูลค่าราว 70 ล้านบาท



ส่วนที่บ้านพักของ น.ส.ปุณยวีร์ เจ้าหน้าที่พบ เงินสดเกือบ 3.9 ล้านบาท ทองคำน้ำหนักประมาณ 90 บาท รวมถึงโฉนดที่ดิน สลากออมสิน กรมธรรม์ และทรัพย์สินอีกหลายรายการ
รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดและอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เฉียด 500 ล้านบาท
แจ้งข้อหาหนัก โทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาอดีตเจ้าอาวาสในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และร่วมกันฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และมาตรา 157 รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยบางข้อหามีอัตราโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต
ส่วน น.ส.ปุณยวีร์ ถูกแจ้งข้อหา สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด และร่วมกันฟอกเงิน
คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบเส้นทางเงินและทรัพย์สินเพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ว่าเงินบริจาคและทรัพย์สินจำนวนมหาศาลมีที่มาอย่างไร รวมถึงมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องอีกหรือไม่
ตำรวจสอบสวนกลางยังฝากเตือนพุทธศาสนิกชนว่า ก่อนโอนเงินทำบุญควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเงินเข้าสู่บัญชีของวัดอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะการบริจาคผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร



พร้อมขอให้ผู้ที่เคยบริจาคหรือโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของอดีตเจ้าอาวาส ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อให้ข้อมูลและนำหลักฐานมาประกอบสำนวนคดี ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการสาวเส้นทางเงินทั้งหมดต่อไป