ผู้การปทุมฯ สั่งเร่งล่าคนร้ายบุกเดี่ยว ควงปืนจี้ชิงทอง 52 บาท มูลค่ากว่า 3.5 ล้าน ก่อนเดินเท้าหนี เรียกวินจักรยานยนต์ไปส่งห้างดัง แล้วต่อแท็กซี่หลบหนี
1 min read
ตำรวจปทุมธานี เร่งติดตามตัวคนร้าย หลังบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนจี้ชิงทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 52 บาท ก่อนใช้วิธีเปลี่ยนพาหนะหลบหนีเป็นช่วง ๆ เพื่อยากต่อการติดตาม
หลังเกิดเหตุ พลตำรวจตรี พีรพล โชติกเสถียร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เรียกชุดสืบสวนเข้าประชุมทันที เพื่อวางแผนติดตามตัวคนร้าย และแกะรอยเส้นทางหลบหนีจากภาพกล้องวงจรปิด
โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ชุด
ชุดแรก ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี
ชุดที่สอง ตรวจสอบภาพก่อนเกิดเหตุ เพื่อหาเส้นทางการเดินทาง และพฤติกรรมของคนร้าย
ส่วนชุดที่สาม ติดตามพยานแวดล้อม รวมถึงผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับรูปพรรณของคนร้าย
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า หลังคนร้ายก่อเหตุ ได้เดินออกจากร้านทอง มุ่งหน้าไปทางหมู่บ้านกฤษณา ซึ่งอยู่ห่างจากร้านทองประมาณ 100 เมตร
จากนั้นเรียกรถจักรยานยนต์รับจ้าง บริเวณหน้าหมู่บ้านกฤษณา ให้ไปส่งที่ห้างโลตัส สาขาปทุมธานี โดยจ่ายค่าโดยสาร 40 บาท
เมื่อถึงบริเวณห้าง คนร้ายได้เปลี่ยนพาหนะอีกครั้ง
มีข้อมูลว่า คนร้ายขึ้นรถแท็กซี่ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดปทุมธานี มุ่งหน้าไปทางสะพานปทุมธานี 1
ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าว เป็นรถที่จอดรอรับผู้โดยสารบริเวณห้างโลตัส หรือเป็นรถที่วิ่งผ่านมา เพื่อแกะรอยว่าคนร้ายหลบหนีไปทางใด
พลตำรวจตรี พีรพล เปิดเผยว่า จากภาพกล้องวงจรปิด พบพฤติกรรมของคนร้ายขณะก่อเหตุอย่างชัดเจน

คนร้ายสวมเสื้อแขนยาว มีฮู้ดคลุมศีรษะ สวมหน้ากากปิดบังใบหน้า ใส่กางเกงขายาว และสะพายกระเป๋าสีดำ
ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาภายในร้านทอง คนร้ายได้ชักอาวุธปืนออกมา ใช้ข่มขู่พนักงาน ก่อนสั่งให้หยิบสร้อยทองเส้นใหญ่ ซึ่งมีทั้งน้ำหนัก 4 บาท 5 บาท และ 10 บาท
รวมทองรูปพรรณที่ถูกชิงไปทั้งหมดประมาณ 52 บาท
หลังได้ทอง คนร้ายเปิดประตูร้าน แล้วเดินหลบหนีไปทางหมู่บ้านกฤษณา ก่อนเรียกรถจักรยานยนต์รับจ้างไปส่งที่ห้างโลตัส สาขาปทุมธานี
ด้านนายศร นามสมมุติ คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง เปิดเผยว่า หลังจากนำผู้โดยสารไปส่งบริเวณหน้าห้างโลตัสแล้ว ก็ไม่ทราบว่าชายคนดังกล่าวเดินทางต่อไปทางใด เนื่องจากหลังส่งผู้โดยสาร ได้ขับรถกลับมาที่วินตามปกติ

ขณะที่ตำรวจเตรียมเรียกสอบพยานที่เห็นเหตุการณ์ รวมถึงพนักงานร้านทองทุกคน เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับรูปพรรณของคนร้าย และตรวจสอบเส้นทางหลบหนีอย่างละเอียด
เบื้องต้นตำรวจคาดว่า คนร้ายอาจก่อเหตุเพียงลำพัง และใช้วิธีเดินเท้า ก่อนเปลี่ยนพาหนะเป็นรถจักรยานยนต์รับจ้าง และรถแท็กซี่เป็นช่วง ๆ
เพื่อพยายามตัดตอนเส้นทาง และทำให้ยากต่อการติดตามตัว
ขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และติดตามพยานแวดล้อม เพื่อแกะรอยเส้นทาง และติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี


อย่างไรก็ตาม ตำรวจกำชับให้เจ้าหน้าที่ใช้ความระมัดระวังในการติดตามตัว เนื่องจากคนร้ายมีอาวุธปืนติดตัว และอาจเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนครับ


