เสาร์. ต.ค. 10th, 2026

ข่าวชัด Khaochad.co.th

ข่าวสารฉับไว ชัดตรงประเด็น สื่อความมั่นคงของชาติ

ทลายขบวนการสวมสิทธิ์บัตรหัวศูนย์! สตม. ล่าตัว “อี้หลง” จีนเทาตั้ง “พ่อไทยทิพย์” ฟอกเงินกว้านซื้อที่ดิน-ทุนหมุนเวียนทะลุ 500 ล้าน

1 min read

ทลายขบวนการสวมสิทธิ์บัตรหัวศูนย์! สตม. ล่าตัว “อี้หลง” จีนเทาตั้ง “พ่อไทยทิพย์” ฟอกเงินกว้านซื้อที่ดิน-ทุนหมุนเวียนทะลุ 500 ล้าน

สตม. ร่วมกับ สน.วังทองหลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการทลายขบวนการสวมสิทธิ์สัญชาติไทยและการทำธุรกิจนอมินีข้ามชาติ หลัง พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. นำกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญคือ “นายอี้หลง” พร้อมครอบครัว โดยจุดเริ่มต้นของคดีเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่นายอี้หลง ภรรยา และลูกชาย กำลังเดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่พบพิรุธเนื่องจากไม่มีหนังสือยินยอมให้เด็กเดินทางจากบิดา ซึ่งตามเอกสารระบุชื่อ “นายวุฒิชัย” ชายไทย เป็นผู้รับรองบุตร เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจเก็บ DNA ของทุกคน รวมถึงติดตามตัวนายวุฒิชัยมาตรวจเปรียบเทียบ ผลการพิสูจน์ยืนยันชัดเจนว่า เด็กเป็นลูกทางสายเลือดของนายอี้หลงกับภรรยาชาวจีน ส่วนนายวุฒิชัยเป็นเพียง “พ่อไทยทิพย์” ที่ถูกจ้างมาสวมสิทธิ์เพื่อรับรองบุตรให้ได้สัญชาติไทยโดยผิดกฎหมาย

จากการขยายผลร่วมกับกรมการปกครอง พบว่านายอี้หลงมีประวัติแจ้งเกิดฉ้อฉล โดยอ้างว่าเกิดที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ก่อนนำชื่อเข้าทะเบียนบ้านใน อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เมื่อปี 2532 จนได้รับบัตรประจำตัวประชาชนกลุ่มเลข 5 (บัตรหัวศูนย์) และมีการต่ออายุบัตรเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ ยังพบหลักฐานเครือข่ายรับทำบัตรหัวศูนย์ในราคา 120,000 บาท โดยมีการจ่ายมัดจำ เดินทางไปถ่ายรูปที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และรอรับบัตรจริงเพื่อนำไปใช้ทำใบขับขี่ ซื้อรถ และสวมรอยใช้ชีวิตเป็นคนไทยได้อย่างเสรี

พฤติการณ์สวมสิทธิ์สัญชาติไทยดังกล่าว ทำให้นายอี้หลงสามารถจัดตั้งบริษัทนิติบุคคลโดยถือหุ้นในนามคนไทย 51% และให้ภรรยาชาวจีนถือหุ้น 49% ส่งผลให้บริษัทมีสถานะเป็นนิติบุคคลไทยตามกฎหมาย กว้านซื้อบ้านและอสังหาริมทรัพย์มูลค่ารวมเกือบ 17 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบเงินหมุนเวียนในบัญชีนายอี้หลงกว่า 100 ล้านบาท และบัญชีภรรยาอีกกว่า 481 ล้านบาท พร้อมพฤติกรรมทำทัวร์ศูนย์เหรียญ นำนักท่องเที่ยวต่างชาติมาหลอกขายวัตถุมงคล ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและกระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างมหาศาล โดยหลังจากนี้ สตม. ได้ประสานกรมการปกครองเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงขยายผลกวาดล้างขบวนการรับทำบัตรสวมสิทธิ์ในพื้นที่ อ.ฝาง ต่อไป


Loading...

ใส่ความเห็น

You may have missed

Copyright © All rights reserved. | Newsphere by AF themes.