ป.ป.ท. เปิดปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ” สาง 4 คดีใหญ่! ขยายผลขบวนการสวมสิทธิคนไทย พบเงินสด 23 ล้าน–ผู้ต้องสงสัยตามหมายแดง INTERPOL
1 min read
ป.ป.ท. ผนึกกำลังกรมการปกครอง ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ Operation Northern Shadow” ขยายผลเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เชื่อมโยงปัญหาทุจริตทางทะเบียนราษฎรและการสวมสิทธิบุคคลในพื้นที่จังหวัดเชียงราย รวม 4 คดีสำคัญ พร้อมตรวจสอบเส้นทางการได้มาซึ่งบัตรประชาชนไทย และความเกี่ยวข้องของนายหน้าและเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 11.00 น. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมกับชุดปฏิบัติการสืบสวน DOPA N.I.C.E. กรมการปกครอง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานภาคี แถลงผลปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ Operation Northern Shadow” ณ สถานีตำรวจนครบาลวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
โดยมีนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมผู้แทนจากสำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการปกครอง สำนักงาน ปปง. กรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งตรวจสอบและขยายผลคดีสำคัญ 4 กรณี ซึ่งมีประเด็นเกี่ยวข้องกับบุคคลต่างชาติ เอกสารทะเบียนราษฎร และข้อสงสัยเรื่องการสวมสิทธิเป็นบุคคลสัญชาติไทย
คดีที่ 1 พบเงินสดกว่า 23 ล้านบาท ซุกซ่อนในรถยนต์เตรียมนำข้ามแดน
เจ้าหน้าที่ศุลกากรด่านแม่สาย จังหวัดเชียงราย ดำเนินคดีกับนายทราย โลน อาย หรือ นายหลวง ยี่หลง สัญชาติเมียนมา อายุ 30 ปี หลังตรวจพบธนบัตรไทยรวมกว่า 23 ล้านบาท ซุกซ่อนอยู่ภายในกล่องลังกระดาษในรถยนต์ ขณะพยายามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรผ่านจุดผ่านแดนถาวรสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
โดยถูกดำเนินคดีในข้อหาพยายามลักลอบนำเงินตราไทยออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร
คดีที่ 2 จับชาวจีน–เมียนมา ขยายผลข้อกล่าวหาปลอมเอกสารและบัตรประชาชน
กองบังคับการปราบปรามจับกุมนายลี ซีจุน หรือ นายจิน ไทยลื้อ สัญชาติจีน อายุ 43 ปี และนางสาวเอ้ ซาน สัญชาติเมียนมา อายุ 30 ปี ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
คดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาหลายประการ ทั้งการร่วมกันฉ้อโกงประชาชน การนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ การปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม ตลอดจนการสนับสนุนการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวกับบัตรประชาชนและการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ
คดีที่ 3 ตรวจ DNA เด็กชาย 12 ปี พบข้อมูลบิดาไม่ตรงกับสูติบัตร
อีกหนึ่งคดีที่น่าสนใจเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานดอนเมืองตรวจพบเด็กชายอายุ 12 ปี เตรียมเดินทางไปประเทศจีนพร้อมหญิงชาวจีนซึ่งระบุว่าเป็นมารดา และนายอี้หลง แซ่จาง
แต่ระหว่างตรวจสอบเอกสารกลับไม่พบหนังสือยินยอมให้เดินทางออกนอกประเทศจากบิดาที่มีชื่ออยู่ในสูติบัตร
เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม หรือ DNA และพบผลที่ระบุความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างเด็กกับบุคคลที่เดินทางมาด้วย จนนำไปสู่ข้อสงสัยว่า เหตุใดชื่อบิดาในสูติบัตรจึงไม่ตรงกับข้อมูลบุคคลที่ตรวจพบ
กรณีนี้จึงเป็นอีกประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องขยายผลตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทางทะเบียนราษฎร
คดีที่ 4 พบชายถือบัตรประชาชนไทย ตรงกับบุคคลตามหมายแดง INTERPOL
เจ้าหน้าที่สืบสวนพบข้อมูลว่า นายฐกร เซ่งกัวร์ หรือ นายเลาฝิ่น แซ่จาง เคยทำบัตรประจำตัวประชาชนไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 ที่สำนักทะเบียนอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ขณะมีอายุ 36 ปี โดยแจ้งข้อมูลว่าเป็นบุตรของบุคคลชนเผ่าลีซู
ต่อมามีการเปลี่ยนชื่อและย้ายภูมิลำเนาไปยังอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี

จากการประสานตรวจสอบข้อมูลกับทางการจีน พบว่าบุคคลดังกล่าวตรงกับ Mr. Guo Yu หรือ กัว อวี้ สัญชาติจีน ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายแดง INTERPOL ที่ทางการจีนต้องการตัวไปดำเนินคดี กรณีต้องสงสัยระดมเงินฝากจากประชาชนโดยผิดกฎหมาย ตามหมายจับที่ตำรวจเมืองเสิ่นหยางออกไว้ในปี 2558
ข้อมูลดังกล่าวนำไปสู่การขยายผลตรวจสอบกระบวนการออกเอกสารประจำตัวและการได้มาซึ่งสิทธิทางทะเบียนในประเทศไทย
ลุยตรวจสอบ 3 กลุ่มเป้าหมาย ใครเกี่ยวข้องต้องรับผิดตามกฎหมาย
สำนักงาน ป.ป.ท. ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้จะมุ่งขยายผลตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องใน 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่
- กลุ่มผู้สวมสิทธิทางทะเบียน ซึ่งอาจใช้ข้อมูลหรือเอกสารไม่ถูกต้องเพื่อให้ได้มาซึ่งสถานะบุคคล
- กลุ่มนายหน้า ที่อาจมีส่วนดำเนินการจัดทำเอกสารหรือประสานการกระทำโดยมิชอบ
- กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันแนวทางตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา หากพบพยานหลักฐานว่าบุคคลใดกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น
ปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ” จึงเป็นอีกความเคลื่อนไหวสำคัญในการตรวจสอบช่องโหว่ของระบบทะเบียนราษฎร ป้องกันการแอบอ้างสถานะบุคคล และสกัดเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่อาจอาศัยเอกสารประจำตัวของไทยในการกระทำผิด
หมายเหตุ: ทั้ง 4 กรณีอยู่ในกระบวนการตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมาย ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด และไม่อาจถือว่าหน่วยงานต้นสังกัดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของบุคคลโดยอัตโนมัติ
ที่มา: ข้อมูลการแถลงผลปฏิบัติการสำนักงาน ป.ป.ท. วันที่ 9 ตุลาคม 2569



