รวบหนุ่มสวมโม่งควงปืนบุกชิงทรัพย์รีสอร์ตมีนบุรี ชกท้องพนักงานสาว อ้างแค้นแฟนหลอกนัดเจอหลายครั้ง
1 min read
ตำรวจมีนบุรีรวบหนุ่มวัย 41 ปี ก่อเหตุสวมหมวกโม่งใช้อาวุธปืนบุกชิงทรัพย์รีสอร์ตกลางดึก กวาดเงินสด โทรศัพท์มือถือ และเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด ก่อนหลบหนี สอบสวนเจ้าตัวอ้างโมโหแฟนสาวหลอกให้นัดพบตามรีสอร์ตหลายครั้ง แต่ไม่เคยมาตามนัด จึงก่อเหตุเพื่อประชดแฟน
ตำรวจ สน.มีนบุรี ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สุธี พรมมาลี ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สน.มีนบุรี แถลงผลการจับกุม นายภูเบศ ขันแก้ว หรือ “เบส” อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ภายในรีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่มีนบุรี พร้อมตรวจยึดของกลางหลายรายการ
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.15 น. คนร้ายสวมหมวกโม่งปิดบังใบหน้า บุกเข้าไปภายในสำนักงานปรางทิพย์รีสอร์ต 3 ก่อนใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานหญิงรายหนึ่ง บังคับให้ถอดเสื้อผ้าและนำผ้าคลุมศีรษะ
ระหว่างเกิดเหตุ ผู้เสียหายตกอยู่ในอาการหวาดกลัวและร้องไห้ ทำให้คนร้ายไม่พอใจ ใช้หมัดชกเข้าที่บริเวณท้องจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนชิงเงินสดจำนวน 10,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเซิร์ฟเวอร์บันทึกภาพกล้องวงจรปิดใส่ถุงผ้า แล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
หลังรับแจ้งเหตุ ชุดสืบสวน สน.มีนบุรี เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี จนพบเบาะแสว่าผู้ก่อเหตุได้นำทรัพย์สินซุกซ่อนไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ ก่อนนำรถไปจอดทิ้งไว้บริเวณซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-8 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กระทั่งเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวได้
เปิดปมก่อเหตุ อ้างแค้นแฟนสาวหลอกนัดเจอ

จากการสอบสวน นายภูเบศให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่าตนเองเพิ่งคบหากับแฟนสาว แต่ถูกหลอกให้นัดพบตามรีสอร์ตต่าง ๆ หลายครั้ง และเมื่อเดินทางไปถึงกลับไม่พบฝ่ายหญิงตามนัด ทำให้เกิดความโมโหและตัดสินใจก่อเหตุเพื่อประชดแฟนสาว
ผู้ต้องหายังให้การว่า หลังก่อเหตุได้เปลี่ยนมาสวมเสื้อวินจักรยานยนต์รับจ้างสีส้มทับเสื้อผ้าเดิม เพื่ออำพรางตัวระหว่างหลบหนี
สำหรับของกลางที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ สีแดง โทรศัพท์มือถือ Redmi Note 13 อาวุธมีดพก เสื้อวินจักรยานยนต์รับจ้างสีส้ม หมายเลข 23 และเงินสดจำนวน 7,000 บาท
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา “ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ สาเหตุที่ผู้ต้องหาอ้างว่าเกิดจากความแค้นแฟนสาว เป็นเพียงคำให้การของผู้ต้องหา ซึ่งยังต้องพิจารณาประกอบพยานหลักฐานในสำนวนคดี

