“ทนายตั้ม” หอบหลักฐานงบการเงิน “มูลนิธิกันจอมพลังฯ” ลุย DSI จี้เร่งสอบเส้นเงินต้องสงสัย-ซื้อที่ดิน-รถหรูนับสิบล้าน ชี้ธุรกรรมซับซ้อนกว่าเคส “บุ๋ม ปนัดดา”
1 min read
“ทนายตั้ม” หอบหลักฐานงบการเงิน “มูลนิธิกันจอมพลังฯ” ลุย DSI จี้เร่งสอบเส้นเงินต้องสงสัย-ซื้อที่ดิน-รถหรูนับสิบล้าน ชี้ธุรกรรมซับซ้อนกว่าเคส “บุ๋ม ปนัดดา” ด้าน DSI จ่อเชิญ “กันจอมพลัง” สอบปากคำเร็ว ๆ นี้
นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม นำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับงบการเงินและรายงานธุรกรรมของ “มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้” ตั้งแต่ช่วงต้นปีถึงเดือนธันวาคม 2568 เข้ายื่นต่อคณะพนักงานสืบสวน กองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อให้ตรวจสอบกรณีการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์หรือไม่

โดยทนายตั้มเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบงบการเงินเบื้องต้น พบรายการผิดปกติหลายอย่าง อาทิ การนำเงินมูลนิธิไปซื้อที่ดินมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท การซื้อยานพาหนะมูลค่ารวมนับสิบล้านบาท รวมถึงการโอนเงินในช่วงเวลาดึกดื่น ซึ่งปกติตามข้อบังคับ หากการเบิกจ่ายยอดเงินสูงเกินหลักแสนบาทขึ้นไป จะต้องมีการประชุมและผ่านมติคณะกรรมการมูลนิธิก่อน ทั้งนี้ ยังได้มอบหลักฐานเรื่องการจ่ายค่าการ์ด และข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่สงสัยว่าอาจเป็นนอมินีรับเงินให้แก่เจ้าหน้าที่เพิ่มเติมด้วย
พร้อมกันนี้ ทนายตั้มได้ตั้งข้อสังเกตถึงความคืบหน้าของคดี โดยมองว่า DSI ทำงานค่อนข้างล่าช้าเมื่อเทียบกับกรณีของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม ปนัดดา แต่ก็เข้าใจว่ากรณีของมูลนิธิกันจอมพลังฯ มีความซับซ้อนมากกว่า
เนื่องจากมีการใช้บริษัทซัพพอร์ตและเตรียมการมาเป็นอย่างดี ต่างจากเคสของบุ๋ม ปนัดดา ที่เส้นทางการเงินมีความชัดเจนและตรงไปตรงมา โดยเป็นการโอนเงินออกจากมูลนิธิไปยังผู้รับเหมาก่อสร้างโดยตรง
นอกจากนี้ ทนายตั้มยังได้กล่าวถึงความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น โดยระบุว่าตนเองไม่ได้มีปัญหากับทนายเดชา และพร้อมจะกลับมาพูดคุยรับประทานอาหารร่วมกันเมื่อเรื่องจบลง ส่วนกรณีของ “ออยศรี” ยืนยันว่าไม่ได้มีข้อมูลพิเศษอะไร เพราะข้อมูลทั้งหมดมาจากช่างเอ๋และทนายเดชาทั้งสิ้น

ขณะที่ความคืบหน้าจากฝั่งคณะพนักงานสืบสวน DSI เปิดเผยว่า ปัจจุบันได้สอบปากคำพยานไปแล้วหลายสิบปาก ซึ่งครอบคลุมทั้งบุคคลใกล้ชิด บริษัทคู่ค้า รวมถึงดารานักแสดงบางส่วนที่เคยบริจาคเงินเข้ามูลนิธิฯ พร้อมยืนยันว่าการสืบสวนไม่ได้ล่าช้า แต่เนื่องจากธุรกรรมของมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ มีบุคคลและบริษัทเข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมาก และยังไม่มีผู้เสียหายร้องทุกข์โดยตรงเหมือนกรณีของช่างเอ๋ เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานและเอกสารอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะสามารถออกหนังสือเชิญนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวช หรือ กันจอมพลัง เข้ามาให้ปากคำในฐานะพยานได้ภายในเร็ววันนี้
