พ่อจุดธูปขอพร วีดีโอคอลทั้งน้ำตา ห่วงลูกสาวทำงานอิสราเอล ท่ามกลางสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด
1 min read
วันที่ 1 มีนาคม 2569 จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงต่อเนื่อง และสร้างความวิตกกังวลให้หลายประเทศทั่วโลก โดยมีรายงานการยิงขีปนาวุธตอบโต้ระหว่างอิหร่านและอิสราเอล ส่งผลให้มีการประกาศเตือนภัยทางอากาศในหลายพื้นที่ของอิสราเอล
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน เปิดฉากโจมตีด้วยขีปนาวุธระลอกใหม่เข้าใส่อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากก่อนหน้านี้ได้โจมตีเป้าหมายหลายจุด รวมถึงกองบัญชาการของคณะเสนาธิการทหารอิสราเอล
ขณะที่กองทัพอิสราเอลแถลงเมื่อเช้าวันอาทิตย์ว่า ตรวจพบขีปนาวุธหลายระลอกที่ถูกยิงมาจากอิหร่าน เสียงสัญญาณเตือนภัยทางอากาศดังขึ้นในหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงเทลอาวีฟ ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องเร่งเข้าสู่ที่หลบภัย

ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ที่จังหวัดบุรีรัมย์ นายรังษี เฉียบแหลมดี อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 8 บ้านสวายสอ ต.ชุมแสง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ได้จุดธูปที่ศาลพระภูมิหน้าบ้าน เพื่อขอให้ลูกสาว นางสาวน้ำฝน นุสายรัมย์ อายุ 39 ปี ซึ่งเดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล ปลอดภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบ

นายรังษี เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเป็นห่วงลูกสาวอย่างมาก หลังติดตามข่าวความรุนแรงที่เกิดขึ้น จึงได้โทรศัพท์วิดีโอคอลพูดคุยกับลูกสาว โดย น.ส.น้ำฝน ยืนยันว่า ขณะนี้ยังปลอดภัยดี แม้จะมีเสียงสัญญาณแจ้งเตือนภัยดังขึ้นเป็นระยะ แต่ยังไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ตนอาศัยอยู่ พร้อมขอให้ครอบครัวไม่ต้องกังวล
สำหรับ น.ส.น้ำฝน เดินทางไปทำงานเก็บผลไม้ในประเทศอิสราเอลเป็นเวลา 4 ปีแล้ว โดยใช้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางประมาณ 100,000 บาท นายรังษี ระบุว่า ลูกสาวทราบดีว่าอิสราเอลเป็นพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง แต่ตัดสินใจเดินทางไปทำงานเพราะต้องการหารายได้ และเห็นว่ามีชาวบ้านในหมู่บ้านจำนวนมากไปทำงานที่นั่น ประกอบกับมีความจำเป็นทางครอบครัว จึงยอมเสี่ยงเพื่อหวังรายได้ที่ดีกว่าในประเทศไทย
ขณะนี้ครอบครัวยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และภาวนาให้เหตุการณ์คลี่คลายโดยเร็ว

