ศุกร์. เม.ย. 17th, 2026

ข่าวชัด Khaochad.co.th

ข่าวสารฉับไว ชัดตรงประเด็น สื่อความมั่นคงของชาติ

“อัจฉริยะ” ยื่น ผบ.ตร. ตรวจสอบขบวนการตำรวจเข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎร์มิชอบ เชื่อโยงขายข้อมูล-รีดทรัพย์ เสียหายกว่า 20 ล้าน

1 min read



อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีพบเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหลายหน่วยงาน มีพฤติการณ์รวมกลุ่มเข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของประชาชนโดยมิชอบ และนำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์โดยผิดกฎหมาย


นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ในหลายสังกัด ทั้งตำรวจไซเบอร์ ตำรวจสันติบาล ตำรวจนครบาล และกองปราบปราม โดยมีลักษณะร่วมกันเข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ก่อนนำไปจำหน่ายหรือส่งต่อให้บุคคลภายนอก เพื่อนำไปใช้ในการข่มขู่เรียกรับทรัพย์ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง


นอกจากนี้ ยังพบว่าข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วนถูกนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และเชื่อมโยงกับบุคคลภายนอกที่มีความขัดแย้งกับผู้เสียหาย ซึ่งเข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และอาจขัดต่อ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างชัดเจน

เบื้องต้น ได้รวบรวมหลักฐานจากผู้เสียหายมากกว่า 10 ราย ซึ่งมอบอำนาจให้ดำเนินการ โดยยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ผ่านระบบทะเบียนราษฎร์ของ กรมการปกครอง


นายอัจฉริยะ ระบุว่า ประชาชนที่สงสัยว่าสิทธิของตนถูกละเมิด สามารถเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวัน และยื่นคำร้องต่อกรมการปกครองเพื่อตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูล โดยหน่วยงานจะมีหนังสือตอบกลับ ระบุรายละเอียดว่ามีผู้ใดเข้าถึงข้อมูล เมื่อใด และจำนวนกี่ครั้ง รวมถึงมีอำนาจหน้าที่หรือไม่


จากหลักฐานพบว่า มีเจ้าหน้าที่บางรายเข้าใช้งานข้อมูลทะเบียนราษฎร์หลายครั้ง โดยในบางกรณีพบการเข้าถึงข้อมูลสูงถึง 18 ครั้ง สะท้อนพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายใช้อำนาจโดยมิชอบ


นายอัจฉริยะ กล่าวเพิ่มเติมว่า ลักษณะการกระทำเข้าข่ายเป็นขบวนการ นำข้อมูลส่วนบุคคลไปขายหรือส่งต่อให้กลุ่มรีดทรัพย์ เพื่อนำไปใช้ข่มขู่เรียกรับเงิน โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมมากกว่า 20 ล้านบาท ทั้งนี้ คดีรีดทรัพย์ได้มีการยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว ขณะที่คดีอาญาเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล อยู่ระหว่างดำเนินคดีในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ


สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบ พบว่าปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างน้อย 4 นาย ที่มีหลักฐานเชื่อมโยงชัดเจน โดยบางรายได้ยอมรับต่อผู้บังคับบัญชาว่า ได้นำข้อมูลทะเบียนราษฎร์ส่งต่อให้บุคคลภายนอกจริง


นายอัจฉริยะ ย้ำว่า กรณีนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรง เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนโดยตรง อีกทั้งผู้เกี่ยวข้องบางรายไม่มีอำนาจหน้าที่ในการเข้าถึงข้อมูล ไม่ได้เป็นพนักงานสอบสวน หรือเกี่ยวข้องกับคดีใด ๆ พร้อมระบุว่าอาจเป็นไปได้ที่ผู้บังคับบัญชายังไม่ทราบข้อเท็จจริง จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด


ทั้งนี้ ในส่วนของคดีอาญา จะดำเนินการฟ้องร้องด้วยตนเองเพิ่มเติม พร้อมทั้งเตรียมยื่นเรื่องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในสัปดาห์หน้า


พร้อมฝากเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายว่า หากไม่มีอำนาจหน้าที่ ไม่ควรเข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของประชาชน เนื่องจากปัจจุบันสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทั้งหมด โดยประชาชนสามารถยื่นคำร้องผ่านกรมการปกครอง ทั้งการยื่นด้วยตนเอง ทางอีเมล หรือทางโทรศัพท์ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 15 วันในการตรวจสอบและแจ้งผล

Loading…

ใส่ความเห็น

You may have missed

Copyright © All rights reserved. | Newsphere by AF themes.