จีนเทาคลั่งยา ทำร้ายสาวเอ็นฯ เจ็บปางตาย เหยื่อร้องสื่อ หวั่นคดีไม่คืบ
1 min read
กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล หลังเพจ “อยากดังเดี๋ยวจัดให้” แฉเรื่องราวสุดเถื่อนของ “มาเฟียจีนเทา” ทำร้ายร่างกายหญิงสาวอาชีพเด็กเอนเตอร์เทนอย่างทารุณ ทั้งใช้โคมไฟฟาดหัวแตก ใช้อาวุธมีดฟันนิ้ว และบังคับให้เลือก “จะตัดมือทิ้งหรือจะตาย” ภายในคอนโดหรูย่านรามคำแหง ล่าสุดเหยื่อเข้าร้องสื่อฯ แฉพฤติกรรมตำรวจปล่อยตัวผู้ต้องหาหน้าตาเฉย ทั้งที่แจ้งเบาะแสเรื่องยาเสพติด
น.ส.พิมพิไล (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ตนรู้จักกับ Mr. KO อายุ 47 ปี สัญชาติไต้หวัน มาประมาณ 4-5 เดือน โดยฝ่ายชายมักเรียกใช้บริการไปดูแลที่คอนโดฯ ย่านรามคำแหง 24 เป็นประจำ


เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 หลังจากกลับจากสถานบันเทิง ผู้เสียหายได้โทรศัพท์คุยกับน้องสาวในทำนองว่า “อยากกลับบ้าน เบื่อแล้ว” แต่ปรากฏว่านาย KO ได้แอบอัดเสียงไว้ แล้วนำไปเข้าโปรแกรมแปลภาษา (Google Translate) เมื่อทราบความหมายจึงเกิดอาการคุ้มคลั่ง เข้ากักขังและทำร้ายร่างกายผู้เสียหายทันที
ผู้เสียหายระบุว่า นาย KO อยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนักจากการเสพยาเค (Ketamine) ได้ใช้โคมไฟกระหน่ำตีที่ศีรษะจนแตกเลือดอาบพื้นห้อง ต่อยเข้าที่ดวงตาจนเขียวช้ำ และใช้มีดไล่ฟันทั่วห้อง
”เขาขู่ว่าถ้าอยากออกจากห้องนี้ ให้ตัดมือตัวเองทิ้งไว้ข้างหนึ่ง แล้วเขาถึงจะยอมปล่อยไป” น.ส.พิมพิไล กล่าวด้วยความหวาดกลัว

นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุยังมีเพื่อนชาวจีนอีก 2 คนอยู่ด้วย แต่กลับเพิกเฉยไม่เข้าช่วยเหลือ โดยบอกเพียงว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ก่อนที่นาย KO จะเริ่มได้สติในช่วงสายและพาผู้เสียหายไปส่งโรงพยาบาล แต่ปฏิเสธการจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด
ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก ได้นัดทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ย แต่ทางฝ่ายคู่กรณีชาวไต้หวันยินยอมจ่ายค่าเยียวยาเพียง 10,000 บาท ซึ่งไม่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจริง ผู้เสียหายจึงไม่ยินยอมรับข้อเสนอ
นอกจากเรื่องการทำร้ายร่างกายแล้ว น.ส.พิมพิไล ยังตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจใน 3 ประเด็น
เรื่องยาเสพติด โดยตนเอง ได้แจ้งตำรวจไปแล้วว่าผู้ต้องหาเสพยาเคอย่างหนักในวันเกิดเหตุ แต่เจ้าหน้าที่อ้างว่า “ตรวจไม่เจอ” และไม่ได้ดำเนินการตรวจปัสสาวะอย่างละเอียด
หลังจากสอบปากคำเสร็จ เจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวนาย KO ทันที ทำให้ผู้เสียหายตกอยู่ในอาการหวาดกลัวว่าผู้ต้องหาจะกลับมาทำร้ายซ้ำ
- เจ้าหน้าที่อ้างว่าต้องทำคดีอื่นอีกมาก และแนะนำให้ผู้เสียหายไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเอาเอง

ขณะนี้ผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายและข่มขู่กามเอาชีวิตไว้ที่ สน.หัวหมาก (คดีอาญาที่ 933/2569) โดยยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และขอให้สื่อมวลชนช่วยกดดันเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากเกรงอิทธิพลของกลุ่ม “จีนเทา” ที่อาจส่งผลต่อรูปคดี
ก่อนที่จะเดินขึ้นไป พบพนักงานสอบสวน เพื่อสอบปากคำอีกครั้ง
ทางด้าน พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.หัวหมาก เปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดีนี้ว่า ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ และขอยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายอย่างเต็มที่ โดยเบื้องต้นได้ดำเนินการประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อสั่งระงับการเดินทางและขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ผู้ต้องหาชาวต่างชาติรายนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศ
ในส่วนของขั้นตอนทางกฎหมาย ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ต้องหามาแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินการตามขั้นตอน หากพบว่ามีการเพิกเฉยหรือมีพฤติการณ์หลบหนี ทางพนักงานสอบสวนจะเร่งดำเนินการขออนุมัติศาลเพื่อ ออกหมายจับ ทันที พร้อมย้ำชัดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายตามพยานหลักฐานที่ปรากฏอย่างแน่นอน