ผงะ! คลังแสงวิ่งได้! ตำรวจหัวหมากรวบผัวเมียคาเก๋ง รื้อรถค้นซ้ำผงะเจอซุกปืนเพิ่มรวม 5 กระบอก เช็กประวัติพบหนีหมายจับ
1 min readผงะ! คลังแสงวิ่งได้! ตำรวจหัวหมากรวบผัวเมียคาเก๋ง รื้อรถค้นซ้ำผงะเจอซุกปืนเพิ่มรวม 5 กระบอก เช็กประวัติพบหนีหมายจับ

ตำรวจ สน.หัวหมาก ภายใต้อำนวยการของ พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.หัวหมาก, พ.ต.ท.ยุทธภูมิ ฝอยทอง รอง ผกก.ป. และ พ.ต.ท.ณัฐวัฒน์ ทารักษ์ รอง ผกก.สส. สนธิกำลังสายตรวจและฝ่ายสืบสวน สกัดจับรถเก๋งสเปกคลังแสงเคลื่อนที่ คาด่านรวบผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมยึดคลังอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก ช่วงทางลงมอเตอร์เวย์ขาเข้า ถนนพระรามเก้า แขวงและเขตสวนหลวง
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงดึกเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจปฏิบัติการที่ 3 สน.หัวหมาก ออกตรวจพื้นที่ตามนโยบายเข้มงวดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการป้องกันเหตุอาชญากรรมร้ายแรง จนกระทั่งพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีเทา หมายเลขทะเบียน 6432 น่าน จอดอยู่บริเวณทางลงมอเตอร์เวย์ จังหวะนั้นพบชายคนขับทราบชื่อภายหลังคือ นายพิษณุ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ และหญิงสาวที่นั่งข้างกันคือ นางสาวปริชาติ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี แสดงท่าทางมีพิรุธ คล้ายมีสิ่งผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงเข้าขอตรวจค้นอย่างละเอียด

จากการค้นกระเป๋าสะพายสีดำบริเวณคอนโซลกลางและภายในรถครั้งแรก ทำเอาเจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึง เมื่อพบปืนพกสั้น 3 กระบอก ประกอบด้วย ปืน CZ 75 P-07 ขนาด 9 มม., ปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .380 และปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ พร้อมเครื่องกระสุนขนาด 9 มม., .380 และกระสุนลูกซองเบอร์ 12 รวมกว่า 30 นัด ถูกบรรจุแม็กกาซีนและขึ้นขึ้นลำไว้ในลักษณะ “พร้อมใช้งาน” ทันที เจ้าหน้าที่จึงทำการควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันมีและพกพาอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

นอกจากนี้ ตรวจสอบประวัติผ่านระบบ One Police พบว่า นายพิษณุ เป็นบุคคลอันตรายที่มีหมายจับติดตัวของศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ 77/2569 ในคดีอาวุธปืน รวมถึงมีประวัติเคยถูกดำเนินคดีคดียาเสพติดและอาวุธปืนในพื้นที่ สภ.ชนแดน และ สภ.ดงขุย มาแล้วหลายคดี
ผงะคลังแสงวิ่งได้! ตำรวจหัวหมากรวบผัวเมียคาเก๋ง รื้อรถค้นซ้ำผงะเจอซุกปืนเพิ่มรวม 5 กระบอก เช็กประวัติพบหนีหมายจับ
ตำรวจ สน.หัวหมาก นำโดย พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.หัวหมาก, พ.ต.ท.ยุทธภูมิ ฝอยทอง รอง ผกก.ป. และ พ.ต.ท.ณัฐวัฒน์ ทารักษ์ รอง ผกก.สส. สนธิกำลังสายตรวจและฝ่ายสืบสวน สกัดจับรถเก๋งสเปกคลังแสงเคลื่อนที่ สั่งฟันด่านรวบผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมยึดคลังอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก คาทางลงมอเตอร์เวย์ขาเข้า ถนนพระรามเก้า แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงดึกเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจปฏิบัติการที่ 3 สน.หัวหมาก ออกตรวจพื้นที่ตามนโยบายเข้มงวดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการป้องกันเหตุอาชญากรรมร้ายแรง จนกระทั่งพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีเทา หมายเลขทะเบียน 6432 น่าน จอดอยู่บริเวณทางลงมอเตอร์เวย์ จังหวะนั้นพบชายคนขับทราบชื่อภายหลังคือ นายพิษณุ คงปราโมทย์ อายุ 40 ปี ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ และหญิงสาวที่นั่งข้างกันคือ นางสาวปริชาติ ปึกสันเทียะ อายุ 28 ปี แสดงท่าทางมีพิรุธรกลน คล้ายมีสิ่งผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงเข้าขอตรวจค้นอย่างละเอียด
จากการค้นกระเป๋าสะพายสีดำบริเวณคอนโซลกลางและภายในรถครั้งแรก ทำเอาเจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึง เมื่อพบปืนพกสั้น 3 กระบอก ประกอบด้วย ปืน CZ 75 P-07 ขนาด 9 มม., ปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .380 และปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ พร้อมเครื่องกระสุนขนาด 9 มม., .380 และกระสุนลูกซองเบอร์ 12 รวมกว่า 30 นัด ถูกบรรจุแม็กกาซีนและขึ้นขึ้นลำไว้ในลักษณะ “พร้อมใช้งาน” ทันที เจ้าหน้าที่จึงทำการควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันมีและพกพาอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

นอกจากนี้ ตรวจสอบประวัติผ่านระบบ One Police พบว่า นายพิษณุ เป็นบุคคลอันตรายที่มีหมายจับติดตัวของศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ 77/2569 ในคดีอาวุธปืน รวมถึงมีประวัติเคยถูกดำเนินคดีคดียาเสพติดและอาวุธปืนในพื้นที่ สภ.ชนแดน และ สภ.ดงขุย มาแล้วหลายคดี
เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 12.30 น. ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ได้นำรถยนต์ของกลางคันดังกล่าวมาทำการตรวจค้นรื้อเช็กอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนต้องผงะซ้ำสอง เมื่อไปเจอ “ปืนลูกซองยาวไทยประดิษฐ์ เบอร์ 12” แอบซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้าใต้แผงเบาะนั่งด้านหลังคนขับ มีกระสุนบรรจุค้างไว้ในลำกล้องพร้อมยิง 1 นัด และยังพบ “ปืนลูกซองยาวไทยประดิษฐ์ เบอร์ 12” อีก 1 กระบอก ซุกซ่อนอยู่อย่างมิดชิดในช่องติดตั้งเครื่องเสียงหน้าคอนโซลรถ ทำให้ยอดรวมอาวุธปืนที่ตรวจยึดได้จากรถเก๋งคันนี้สูงถึง 5 กระบอก
เบื้องต้นจากการเช็กผู้ครอบครองรถยนต์พบว่าเป็นของนายวีรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) ชาวจังหวัดน่าน ทางพนักงานสอบสวนได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐก.) เข้าเร่งลายนิ้วมือแฝงและเก็บพยานหลักฐานบนอาวุธปืนและตัวรถอย่างละเอียด เพื่อขยายผลหาที่มาของคลังแสงเคลื่อนที่นี้ และเร่งส่งตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 12.30 น. ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ได้นำรถยนต์ของกลางคันดังกล่าวมาทำการตรวจค้นรื้อเช็กอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนต้องผงะซ้ำสอง เมื่อไปเจอ “ปืนลูกซองยาวไทยประดิษฐ์ เบอร์ 12” แอบซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้าใต้แผงเบาะนั่งด้านหลังคนขับ มีกระสุนบรรจุค้างไว้ในลำกล้องพร้อมยิง 1 นัด และยังพบ “ปืนลูกซองยาวไทยประดิษฐ์ เบอร์ 12” อีก 1 กระบอก ซุกซ่อนอยู่อย่างมิดชิดในช่องติดตั้งเครื่องเสียงหน้าคอนโซลรถ ทำให้ยอดรวมอาวุธปืนที่ตรวจยึดได้จากรถเก๋งคันนี้สูงถึง 5 กระบอก
เบื้องต้นจากการเช็กผู้ครอบครองรถยนต์พบว่าเป็นของนายวีรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) ชาวจังหวัดน่าน ทางพนักงานสอบสวนได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐก.) เข้าเร่งลายนิ้วมือแฝงและเก็บพยานหลักฐานบนอาวุธปืนและตัวรถอย่างละเอียด เพื่อขยายผลหาที่มาของคลังแสงเคลื่อนที่นี้ และเร่งส่งตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
Loading...