เปิดแล้ว! “พืชสวนโลกอุดรธานี 2569” สุดอลังการ “ยศชนัน” เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ชมสวนนานาชาติ 32 สวน ดอกไม้กว่า 1 ล้านต้น ตระการตาตลอด 134 วัน
1 min read
อุดรธานีเปิดฉากมหกรรมพืชสวนโลก 2569 อย่างยิ่งใหญ่! “ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยววันแรก ชูไฮไลต์สวนนานาชาติ 32 สวน ไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนกว่า 1 ล้านต้น บนพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแดกว่า 1,030 ไร่ พร้อมอวดเสน่ห์ศิลปวัฒนธรรมอีสาน นวัตกรรมเกษตร และสถาปัตยกรรมสุดสร้างสรรค์ ตั้งเป้าปลุกเศรษฐกิจท่องเที่ยวอีสานสู่เวทีโลก ตลอด 134 วัน ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ที่บริเวณจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในกิจกรรมเปิดประตูต้อนรับประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมงานอย่างเป็นทางการวันแรก ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความคึกคักและการต้อนรับจากทุกภาคส่วน
โดยมีนายณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายทิม ไบรเออร์คลิฟฟ์ (Mr. Tim Briercliffe) เลขาธิการสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมให้การต้อนรับ
การจัดงานครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของจังหวัดอุดรธานี ในฐานะเจ้าภาพมหกรรมพืชสวนโลกระดับนานาชาติครั้งแรกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พร้อมเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศและทั่วโลก
นายทิม ไบรเออร์คลิฟฟ์ กล่าวแสดงความยินดีกับประเทศไทยและทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนถึงความร่วมมือระดับนานาชาติในการส่งเสริมอุตสาหกรรมพืชสวนและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ด้านนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวรายงานว่า มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 ถือเป็นวาระแห่งชาติและเหตุการณ์สำคัญของประเทศไทย โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับจังหวัดอุดรธานี สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) และภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ ร่วมกันขับเคลื่อนการจัดงานภายใต้แนวคิด
“ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน”
บนพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแดกว่า 1,030 ไร่ ซึ่งได้รับการเนรมิตให้เป็นพื้นที่จัดแสดงความงดงามของพืชพรรณ ศิลปะการจัดสวน และนวัตกรรมด้านการเกษตรจากทั่วโลก
ไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาด คือสวนนานาชาติรวม 32 สวน แบ่งเป็นสวนภายนอกอาคาร 16 สวน และสวนภายในอาคาร 16 สวน พร้อมสวนจากองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำของไทยอีก 16 สวน รวมถึงการจัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนกว่า 1 ล้านต้น ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสสีสันและความหลากหลายของพรรณไม้ตลอดระยะเวลาการจัดงาน
ภายในงานแบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 6 โซนหลัก ครอบคลุมตั้งแต่โซนต้อนรับและบริการนักท่องเที่ยว โซนสวนจัดแสดงและอาคารหลัก โซนสวนนานาชาติ โซนนิทรรศการภายในอาคาร โซนนิทรรศการวิชาการกลางแจ้ง ไปจนถึงโซนสวนพรรณไม้ประจำจังหวัด สวนไผ่ และเรือนเพาะชำ
โดยเฉพาะโซนเรือนกระจกที่รวบรวมพรรณไม้หลากหลายชนิด ทั้งไม้ในร่ม พืชทะเลทราย และนิทรรศการพืชสวนหมุนเวียน ขณะที่พื้นที่กลางแจ้งจัดแสดงเทคโนโลยีการเกษตร สวนไม้ดอกไม้ประดับ สวนบัว และองค์ความรู้ด้านคาร์บอนเครดิต เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ทั้งความเพลิดเพลินและสาระความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม
อีกหนึ่งจุดเด่นที่เตรียมดึงดูดสายถ่ายภาพ คือสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่นำอัตลักษณ์อุดรธานีและภูมิปัญญาอีสานมาออกแบบได้อย่างโดดเด่น
ไม่ว่าจะเป็น “อาคารรูปไห” อาคารประชาสัมพันธ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงและข้องใส่ปลา “อาคารรูปไซ” ที่นำรูปทรงเครื่องมือจับปลาพื้นบ้านมาประยุกต์เป็นอาคารอำนวยการ รวมถึงอาคารเรือนกระจกที่ออกแบบจากแนวคิด “เฮือนแฝด” ผสมผสานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่
นอกจากนี้ ยังมีอาคารเฉลิมพระเกียรติที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัดป่าภูก้อนและดอกบัว ภายในประดิษฐานพระพุทธภัทรบรมสุข พร้อมนิทรรศการ “ผลพระคุณ ธ รักษา” และ “134 ปีแห่งเรื่องราว สู่เมืองอุดรธานีวันนี้” ตลอดจนหมู่บ้านอีสานจำลองที่ถ่ายทอดวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมพื้นถิ่นให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน ตลอด 134 วันของการจัดงาน ยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมกว่า 200 รายการ บริเวณ “ลานตุ้มโฮม” พร้อมกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลและวันสำคัญต่าง ๆ รวมถึงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการเกษตร
นักท่องเที่ยวยังสามารถเลือกชิมอาหารพื้นถิ่นและเลือกซื้อสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ชุมชน และของฝากจาก “ตลาดชุมชนริมน้ำ” ซึ่งมีร้านค้าท้องถิ่นหมุนเวียน 50 ร้าน ภายใต้แนวคิดตลาดรักษ์โลก เน้นลดการใช้พลาสติกและส่งเสริมการคัดแยกขยะ
นายรพีภัทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความสวยงามของพรรณไม้ แต่ยังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด การบริหารจัดการทรัพยากร การลดขยะ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามแนวทางการจัดงานอย่างยั่งยืนและหลัก ESG
พร้อมกันนี้ ยังมีการจัดประชุมวิชาการนานาชาติ Green City Conference เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเมืองสีเขียว และเตรียมพัฒนาพื้นที่หลังเสร็จสิ้นมหกรรมให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพืชสวน ศูนย์อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ พื้นที่ศึกษาระบบนิเวศ และสวนสาธารณะสำหรับประชาชนในระยะยาว
ด้าน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของประเทศไทยและจังหวัดอุดรธานี ในการเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลกสู่มหกรรมพืชสวนโลกระดับนานาชาติครั้งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงศักยภาพของประเทศไทยด้านพืชสวน เทคโนโลยี และนวัตกรรมการเกษตรเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สร้างงาน สร้างรายได้ และกระจายโอกาสสู่ชุมชนท้องถิ่น
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานีจะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับจังหวัดอุดรธานีและภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้การจัดงานเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ได้เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางมาสัมผัสความงดงามของพืชพรรณจากทั่วโลก เรียนรู้นวัตกรรมการเกษตร และดื่มด่ำเสน่ห์ศิลปวัฒนธรรมอีสาน เพื่อร่วมกันสร้างให้มหกรรมครั้งนี้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ แรงบันดาลใจ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
สำหรับมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 รวม 134 วัน ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ถือเป็นอีกหนึ่งมหกรรมระดับโลกที่เตรียมสร้างสีสันให้การท่องเที่ยวอีสานตลอดช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า



