ช็อก! แฉแม่ขายลูกแลก 3 หมื่น ทลายแก๊งค้ามนุษย์ บังคับเด็กขายพวงมาลัย
1 min read
เปิดปฏิบัติการ “พิทักษ์กุหลาบตูม” บุกทลายขบวนการค้ามนุษย์กลางกรุง รวบผู้ต้องหา 2 ราย ช่วยเหลือเด็กชาวเมียนมา 6 ชีวิต หลังพบพฤติการณ์บังคับเด็กออกขายพวงมาลัย ขนม และดอกไม้ตามสถานบันเทิง พร้อมเปิดข้อมูลสะเทือนใจ ญาติผู้ต้องหาอ้างว่าแม่แท้ ๆ นำลูกวัย 12 ปี มาแลกเงิน 30,000 บาท!
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลปฏิบัติการ “พิทักษ์กุหลาบตูม” หลังกรมการปกครองได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์และบังคับใช้แรงงานเด็ก ก่อนสั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่สืบสวนขยายผล
จุดเริ่มต้นของคดี มาจากแม่ชาวเมียนมาวัย 28 ปี ที่หวังพาลูกสาววัย 5 ขวบ มาสร้างอนาคตในประเทศไทย
ผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า ถูกหญิงรายหนึ่งชักชวนเดินทางเข้าไทยผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยรับปากว่าจะให้ทำงานแม่บ้าน และส่งลูกสาวเข้าโรงเรียน
แต่เมื่อเดินทางมาถึง กลับไม่เป็นอย่างที่ตกลงไว้!
ผู้เสียหายระบุว่าถูกยึดเอกสาร ถูกทำร้ายร่างกาย และถูกใช้ช้อนเผาไฟนาบแขน เพื่อข่มขู่บังคับให้ลูกสาวออกไปขายขนม ดอกไม้ และพวงมาลัยตามสถานบันเทิง ก่อนสองแม่ลูกจะหาทางหลบหนีออกมาและเข้าร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่
ต่อมาชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย 2 จุด ภายในซอยรามคำแหง 122 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย เป็นชายอายุ 28 ปี และหญิงอายุ 24 ปี พร้อมช่วยเหลือเด็กชาวเมียนมาที่อาจตกเป็นเหยื่อการบังคับใช้แรงงาน รวม 6 ราย

แต่ประเด็นที่สร้างความสะเทือนใจยิ่งกว่า คือการพบเด็กวัย 12 ปี ที่ถูกกล่าวอ้างว่าแม่แท้ ๆ นำมาแลกเงิน!
ระหว่างตรวจค้นบ้านอีกหลัง เจ้าหน้าที่พบเด็กชาวเมียนมาอายุ 12 ปี ไม่มีผู้ปกครองดูแล โดยญาติของผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า แม่ของเด็กไม่ต้องการเลี้ยงดู จึงนำลูกมาแลกกับเงินจำนวน 30,000 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังพบประเด็นน่าสงสัยเกี่ยวกับเอกสารประจำตัวและสถานะทางทะเบียนของผู้เกี่ยวข้อง โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบว่า มีการทุจริตสวมสิทธิ์บัตรประชาชนไทยในพื้นที่ชายแดนหรือไม่
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เกี่ยวกับการร่วมกันค้ามนุษย์และบังคับใช้แรงงานเด็กที่อาจก่อให้เกิดอันตราย โดยคดียังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม
ส่วนเด็กทั้ง 6 ราย ถูกส่งตัวให้อยู่ในความดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อรับการคุ้มครองและฟื้นฟูสภาพจิตใจ
จากเด็กที่ควรมีโอกาสได้เรียนหนังสือ กลับต้องเผชิญกับการถูกแสวงหาประโยชน์ เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่การจับกุมผู้ต้องหา แต่ยังเป็นคำถามสำคัญว่า จะป้องกันไม่ให้เด็กคนอื่นตกเป็นเหยื่อเช่นนี้ได้อย่างไร

