ชลบุรี เปิดแนวรบสกัดยาเสพติดข้ามชาติ! ไทยเจ้าภาพประชุม 7 ฝ่ายลุ่มน้ำโขงที่พัทยา มุ่งตัดเส้นทางลำเลียง–ท่อน้ำเลี้ยงแก๊งค้ายา
1 min read
ชลบุรี – ไทยผนึก 5 ประเทศเพื่อนบ้านและ UNODC ยกระดับปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติ จับตาพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ แหล่งผลิตและเส้นทางลำเลียงสำคัญ พร้อมเดินหน้าตัดวงจรการเงินเครือข่ายค้ายา หลังพบขบวนการอาชญากรรมมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงหลายประเทศ
วันที่ 19 ตุลาคม 2569 ที่ห้องนภาลัย บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี พัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ภายใต้บันทึกความเข้าใจ 7 ฝ่าย ว่าด้วยการควบคุมยาเสพติดในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยมีนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้การต้อนรับ พร้อมคณะผู้แทนประเทศสมาชิกและสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC)
การประชุมครั้งนี้มีประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 19–20 ตุลาคม 2569 โดยมีผู้แทนจาก 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา จีน สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม ร่วมกับ UNODC เพื่อหารือมาตรการรับมือขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติที่ยังคงเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนในภูมิภาค
ประเด็นสำคัญอยู่ที่การจัดการเครือข่ายค้ายาเสพติดให้ถึงต้นตอ ไม่ใช่เพียงการจับกุมผู้ลำเลียง แต่ต้องขยายผลไปถึงแหล่งผลิต เส้นทางขนส่ง และเส้นทางการเงินที่หล่อเลี้ยงขบวนการ
พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำยังเป็นความท้าทายสำคัญ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบผลิตและลำเลียงยาเสพติด อีกทั้งยังมีความเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งการฟอกเงินและการค้ามนุษย์ ขณะที่รูปแบบการกระทำผิดมีความซับซ้อนมากขึ้น การดำเนินงานของประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพังจึงไม่เพียงพอ

รัฐบาลไทยจึงให้ความสำคัญกับการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับการสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง โดยได้ให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการควบคุมยาเสพติดในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ฉบับที่ 13 พร้อมสนับสนุนคณะทำงานด้านยาเสพติดสังเคราะห์ใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การให้ความรู้เพื่อป้องกันยาเสพติด การควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ และการตรวจพิสูจน์ยาเสพติด
นอกจากนี้ ประเทศจีนยังสนับสนุนงบประมาณจำนวน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการควบคุมยาเสพติดในภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สำหรับเป้าหมายหลักของการประชุมครั้งนี้ คือการผลักดันความร่วมมือเชิงปฏิบัติการระหว่างประเทศสมาชิก ทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง การสกัดกั้นเส้นทางลำเลียง การควบคุมสารตั้งต้นที่ใช้ผลิตยาเสพติด ตลอดจนการติดตามและตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายอาชญากรรม
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังเตรียมหารือทิศทางการจัดทำร่างแผนปฏิบัติการควบคุมยาเสพติด ฉบับที่ 14 เพื่อวางกรอบความร่วมมือระยะต่อไป ให้สามารถรับมือกับรูปแบบอาชญากรรมยาเสพติดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ ความร่วมมือภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจ 7 ฝ่ายลุ่มแม่น้ำโขงดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2536 หรือกว่า 30 ปี โดยประเทศไทยยืนยันเจตนารมณ์ในการทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกและ UNODC เพื่อสกัดกั้นยาเสพติด ลดผลกระทบต่อประชาชน และสร้างความมั่นคงปลอดภัยร่วมกันในภูมิภาค
การประชุมที่พัทยาครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระดับภูมิภาค ที่มุ่งเปลี่ยนจากการสกัดจับยาเสพติดรายครั้ง ไปสู่การทำลายโครงสร้างและเครือข่ายทางการเงินของขบวนการค้ายาข้ามชาติอย่างเป็นระบบ

